Categories
เครื่องสำอางค์

เจาะ 3 เทรนด์ใหม่! ปี 2019 ธุรกิจตลาดเครื่องสำอาง สร้างแบรนด์ก่อน รวยก่อน

โลกหมุนตามกาลเวลา เทรนด์ใหม่ๆจึงเกิดขึ้นไม่หยุดหย่อน เช่นเดียวกันกับเทรนด์ธุรกิจเครื่องสำอางที่อัพเดทกันวันต่อวันเลยทีเดียว เมื่อปี 2018 ที่ผ่านมา ได้มีเทรนด์ใหม่ในวงการเครื่องสำอางเกิดขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็น เทรนด์สินค้าออร์แกนิคที่กำลังได้รับความนิยม เทรนด์สารสกัดหายาก เทรนด์ Anti-Pollution ปกป้องผิวจากมลภาวะ และเทรนด์ใหม่ปี 2019 นี้ที่ไม่พูดถึงไม่ได้เลย คือ การสครับผิวหน้า เทรนด์สารสกัด Tea Tree Oil และ เทรนด์การปกป้องรังสี UV
            ใครกำลังมองหาสกินแคร์เทรนด์ใหม่ หรือ กำลังอยากผลิตเครื่องสำอางที่อยู่ในกระแสนิยม มาหาคำตอบไปพร้อมกันเลยค่ะ 

 

โบกมือลาผิวเก่า..ต้อนรับเทรนด์ผิวใหม่

            เราจะมาพูดถึงเทรนด์การสครับผิวเก่า ต้อนรับผิวใหม่ เรียกได้ว่า การสครับผิวหน้า เป็นการทำความสะอาดผิวหน้าอย่างหนึ่งที่ได้รับความนิยมมาอย่างต่อเนื่อง  เพราะจะช่วยขจัดเซลล์ผิวเก่า ให้ใบหน้าขาวกระจ่างใสลดเลือนรอยด่างดำจากสิว อีกทั้งด้วยความต้องการชำระล้างมลภาวะทางอากาศที่เกาะติดบนผิวหน้า ซึ่งในปัจจุบันมลพิษทางอากาศเป็นประเด็นสำคัญที่คนดูแลผิวหน้าต้องใส่ใจ ทำให้ผู้คนหันมาสนใจสุขภาพของผิวหน้ามากขึ้น จึงขึ้นแท่น 1 ใน 3 ของเทรนด์ใหม่ที่น่าสนใจแห่งปี 2019
ข้อดีของการสครับผิวหน้าคือการผลัดเซลล์ผิวหนังที่ตายหรือหมองคล้ำจากผิวที่ต้องเผชิญกับฝุ่นและควันในชีวิตประจำวันให้หลุดออกไป เพื่อผลัดเซลล์ผิวใหม่ขึ้นมาทดแทน ทำให้ผิวหน้าดูกระจ่างใสขึ้นและขาวเนียนมากขึ้นกว่าเดิม นอกจากนี้ยังสามารถกระตุ้นการไหลเวียนของเลือดบริเวณใบหน้าได้ดีอีกด้วย

ปกป้องรังสี UV จากแสงแดดกันเถอะ 

            เป็นที่ทราบกันดีว่าแสงแดดเป็นศัตรูตัวร้ายทำลายผิวสวย เทรนด์การปกป้องผิวจากแสงแดดจึงไม่เคยหายไปจากวงการธุรกิจความงาม เพราะในแต่ละวันทุกคนที่ต้องไปเผชิญกับแสงแดด…ล้วนต้องการผลิตภัณฑ์ที่ช่วยปกป้องผิวจากรังสี UV  ซึ่งเจ้า รังสี UV นั่นเองเป็นตัวการทำลายผิว รังสี UV มีทั้งหมด 3 กลุ่ม ดังนี้

-รังสี UVC

เป็นรังสีที่มีความยาวคลื่นอยู่ระหว่าง 100-280 nm. สามารถทำให้เกิดผื่นแดงและทำให้สีผิวเปลี่ยนเป็นสีแทนได้

-รังสี UVB

มีความยาวคลื่นอยู่ระหว่าง 280-315 nm. ซึ่งเป็นช่วงความยาวคลื่น ที่ทำให้เกิดผื่นแดงและไหม้เกรียมได้ เพราะมันสามารถทะลุผ่านผิวหนังชั้นสเตรตัม คอร์เนียม (Stratum corneum) และอีพิเดอมีส (Epidermis) ได้ 

-รังสี UVA

มีช่วงความยาวคลื่นอยู่ที่ 315-400 nm.   รังสีช่วงนี้จะมีพลังงานต่ำสุด แต่มีอำนาจทะลุทะลวงผ่านชั้นผิวหนังได้ลึกที่สุด และมีผลกระทบเป็นวงกว้างต่อโครงสร้างชั้นผิวหนัง   รังสีนี้ในปริมาณน้อยก็สามารถทะลุผ่านชั้นหนังแท้ (Dermis) ได้ ซึ่งจะไปกระตุ้นการสร้างเม็ดสีเมลานิน UVA ที่ลงมาถึงผิวโลกจึงมีมากกว่ารังสี UVB มาก และยังสามารถทะลุผ่านเข้าสู่ชั้นผิวหนังได้ ทำให้เกิดการทำลายโครงสร้างผิวตามมา เช่น คอลลาเจนและอีลาสติน เป็นต้น

            ปี 2019 นี้ นวัตกรรมการปกป้องผิวจากรังสี UV ยิ่งมีมากยิ่งได้เปรียบมาก ยิ่งมีประสิทธิภาพในการปกป้องผิวได้ลึกเท่าไหร่ ก็ยิ่งได้รับความสนใจจากผู้ใช้ได้เท่านั้น ยิ่งถ้าสร้างแบรนด์ครีมกันแดดที่เหมาะกับการใช้งาน เช่น ครีมกันแดดผสมรองพื้น หรือครีมกันแดดที่ปกป้องผิวจากมลภาวะทางอากาศได้ ก็จะยิ่งได้รับความสนใจ เพราะเท่ากับว่าครีมกันแดดตัวเดียวช่วยเสริมประสิทธิภาพในเรื่องอื่นๆได้ด้วย ทำให้เรื่องการปกป้องรังสี UV เป็น 1 เทรนด์ในดวงใจที่หลายคนนั้นหันมาใส่ใจและนิยมสร้างแบรนด์หลากหลายมากขึ้นทุกวัน

เคลียร์ปัญหาสิว..ด้วยน้ำมัน Tea Tree Oil 

            มาถึงเทรนด์สุดท้ายที่จะไม่พูดถึงไม่ได้ คือเครื่องสำอางจากสารสกัด Tea Tree Oil เพราะปัญหาที่หลายคนต้องพบเจอ คือปัญหาสิว ไม่ว่าจะเป็น สิวอุดตัน สิวอักเสบ สิวผดผื่น และตัวช่วยสำคัญนั่นก็คือ Tea Tree Oil โดยสกัดมาจากใบของต้นไม้พื้นเมืองประเทศออสเตรเลีย ซึ่งมีคุณสมบัติในการต้านเชื้อแบคทีเรียและต้านการอักเสบ ซึ่งมีศักยภาพการทำงานในการรักษาสิวและสภาพผิวอักเสบอื่นๆแบบธรรมชาติ เพราะแบบนี้ Tea Tree Oil จึงยังได้รับความนิยมมาอย่างยาวนาน และในเทรนด์ใหม่ปี 2019 นี้ Tea Tree Oil ได้รับความนิยมมากขึ้นเพราะปัจจุบันที่คนหันมาใส่ใจสุขภาพผิวหน้าโดยใช้สารสกัดจากธรรมชาติกันมากขึ้น

            และทั้งหมดนี้คือ 3 เทรนด์ใหม่ปี 2019 ที่คนส่วนใหญ่ให้ความสนใจมากขึ้นกว่าที่ผ่านมา ด้วยมลภาวะอากาศที่ส่งผลกระทบกับสุขภาพของผิวหน้ามากขึ้น หากใครสนใจอยากสร้างแบรนด์ตามเครื่องสำอางเทรนด์ใหม่ปี 2019 ทางเราพร้อมให้บริการแบบ One Stop Service ครบวงจร ให้บริษัท วธูธร จำกัด ได้ดูแลคุณสิคะ

Photo : Shutterstock, Pngtree
Writen by : Kanyapat P.Facebook

Categories
เครื่องสำอางค์

เทรนด์ผลิตเครื่องสำอางปี 2020 นักสร้างแบรนด์ห้ามพลาด

ว่าด้วยเรื่องของสร้างแบรนด์เครื่องสำอางตามเทรนด์ระดับโลกกลับมาอีกครั้ง สิ่งที่เรียกว่ากระแสนิยมหรือเทรนด์ย่อมเปลี่ยนไปทุกปีอยู่แล้วใช่ไหมละคะ ซึ่งเทรนด์ปีหน้ามีความน่าสนใจไม่แพ้ปีที่ผ่านมาอย่างแน่นอน
           วันนี้วูธรได้นำข้อมูลที่น่าสนใจมาฝากทุกท่านกันกับเทรนด์การสร้างแบรนด์เครื่องสำอางจากทั่วโลกในปี 2020-2022 ค่ะว่ามีเทรนด์อะไรที่น่าสนใจบ้าง

Natural and eco claims

                สาวๆรู้ไหมคะว่ากว่าจะสร้างแบรนด์เครื่องสำอาง ขั้นตอนในกระบวนการผลิตความสวยนั้นต้องผ่านมาหลากหลายการทดลองหรือการวิจัย โดยเฉพาะ “การทดลองเครื่องสำอางกับสัตว์” ซึ่งเป็นเรื่องที่ถกเถียงกันมานานกับเรื่องนี้ว่าเป็นประเด็นที่ละเอียดอ่อนอย่างมาก จึงเกิดการรณรงค์ความสวยต้องไม่ขึ้นอยู่ที่ความเจ็บปวดของสัตว์
ในปัจจุบันนี้เริ่มมีหลายแบรนด์ทั่วโลกที่เลิกใช้วิธีการทดลองเครื่องสำอางกับสัตว์ในการสร้างแบรนด์เครื่องสำอางแล้วนะคะ โดยสามารถสังเกตได้จากสัญลักษณ์ Cruelty Free, Leapping Bunny, No Animal Testing และ Vegan Product บนผลิตภัณฑ์ค่ะ

Whitening Demand

                เมื่อเทรนด์ผิวขาวเป็นความต้องการที่ไม่มีวันสิ้นสุดของสาวๆทั่วโลก ทำให้ค่านิยมของการสร้างแบรนด์เครื่องสำอางจะมุ่งไปที่ ไวท์เทนนิ่ง (Whitening) กันซะส่วนใหญ่ เพราะคนส่วนมากมีความเชื่อกันว่าผิวขาวคือผิวที่สวยใสสุขภาพดี ทำให้ความต้องการเรื่องของผิวขาวใสกำลังเป็นที่ต้องการมากขึ้น ซึ่งในตลาดของผู้บริโภคนั้นกลุ่มผลิตภัณฑ์ไวท์เทนนิ่งกำลังเป็นที่นิยมมากในปีหน้าอย่างแน่นอน

K-Beauty Glow

                ในที่สุดเทรนด์นี้ก็มาถึง เมื่อกลุ่มผู้บริโภคมีความต้องการผลิตภัณฑ์ที่ทำให้ผิวหน้าดูโกลว์วาวแบบผิวสุขภาพดี เหมือนผิวดูอิ่มน้ำและนุ่มชุ่มชื้นตลอดเวลา ทำให้การสร้างแบรนด์เครื่องสำอางเพื่อผิวที่ดูโกลว์อิ่มน้ำสุขภาพดีกำลังเริ่มเป็นที่น่าสนใจอย่างมากในกลุ่ม Skincare ไม่ว่าจะเป็น เซรั่ม ครีม และในกลุ่มเมคอัพอีกด้วย

                และทั้งหมดนี้คือเทรนด์สร้างแบรนด์เครื่องสำอางสำหรับปี 2020-2022 ถือว่าเป็นเทรนด์ใกล้ตัวมากเลยใช่ไหมละคะ ทุกท่านสามารถสร้างแบรนด์เครื่องสำอางได้ง่ายๆโดยไม่ยุ่งยากเลย เพียงแค่หากใครสนใจอยากผลิตเครื่องสำอางตามเทรนด์ปีหน้าก่อนใคร สามารถติดต่อสอบถามได้ที่

เพิ่มเพื่อน

Writen By : Kanyapat P.