Categories
เครื่องสำอางค์

SWOT ANALYSIS การวิเคราะห์ธุรกิจที่ “เจ้าของแบรนด์” ต้องเข้าใจ

Click to rate this post!
[Total: 4 Average: 5]

           

การวิเคราะห์ SWOT เป็นเครื่องมือในการประเมินสถานการณ์การประกอบธุรกิจ หลายคนอาจจะรู้จักและมีความรู้เรื่อง SWOT ANALYSIS อยู่บ้าง แต่สำหรับใครที่ไม่เคยรู้จักหรือไม่คุ้นเคยกับคำว่า SWOT นั้น ต้องคิดสงสัยกันใช่ไหมคะว่าคำนี้เหมือนคำว่า สวาท (S.W.A.T) แบบในหนังฝรั่งรึเปล่า….ไม่ใช่นะคะ เพราะเป็นคนละคำและคนละความหมายกันเลยค่า

และวันนี้แอดมินจะพาทุกท่านไปรู้จักเจ้าเครื่องมือทางธุรกิจที่มีชื่อว่า SWOT ANALYSIS ที่เจ้าของธุรกิจต้องใช้หลักการนี้ในการวิเคราะห์ธุรกิจของตนเองเพื่อประเมินสถานการณ์ต่างๆในเรื่องความอยู่รอดของธุรกิจและพัฒนาให้ธุรกิจประสบความสำเร็จ เรามาเรียนรู้การวิเคราะห์ SWOT เพื่อธุรกิจเงินล้านของเรากันเถอะค่ะ

SWOT คืออะไร?

SWOT มาจากตัวอักษรย่อภาษาอังกฤษ 4 คำ คือ Strengths, Weakness, Opportunities และ Threat เป็นเสมือนเครื่องมือที่บริษัทหรือองค์กรต่างๆใช้ดูจุดแข็ง จุดอ่อน ปัญหาและอุปสรรคของตนเอง เพื่อใช้พัฒนาปรับปรุงองค์กรให้สามารถดำเนินธุรกิจให้ดียิ่งขึ้นได้ค่ะ

SWOT แต่ละตัวคืออะไร?

S = Strengths (จุดแข็ง)

จุดเด่นหรือจุดแข็ง เป็นปัจจัยภายในที่เป็นข้อดีที่เกิดจากสภาพแวดล้อมภายในบริษัท เช่น จุดแข็งด้านการผลิตมีโรงงานของตนเอง ผลิตภัณฑ์มีคุณภาพดีเหนือกว่าคู่แข่งชัดเจน หรือมีความชำนาญด้านธุรกิจมีประสบการณ์มายาวนานมากกว่าคู่แข่ง รวมไปถึงจุดแข็งในเรื่องงบประมาณในการทำการตลาด โดยบริษัทต้องใช้ประโยชน์จากจุดแข็งเหล่านี้มาใช้ในกลยุทธ์เพื่อสร้างการประโยชน์แก่บริษัทให้ได้มากที่สุด

W = Weaknesses (จุดอ่อน)

จุดด้อยหรือจุดอ่อน ข้อเสียเปรียบจากปัญหาภายใน เป็นปัญหาหรือข้อบกพร่องที่เกิดจากสภาพแวดล้อมภายในบริษัทที่ส่งผลเสียต่อการดำเนินธุรกิจ เช่น การบริการที่ไม่แน่นอน ขาดนโยบายและทิศทาง หรือบุคลากรในสายงานที่จำเป็น ซึ่งบริษัทต้องปรับปรุงให้ดีขึ้นเพื่อประโยชน์ของบริษัท

O = Opportunities (โอกาส)

เกิดจากปัจจัยภายนอกของบริษัทที่ส่งผลดี หรือ เป็นประโยชน์กับการดำเนินธุรกิจ เช่น เศรษฐกิจ สังคม เทคโนโลยี และการแข่งขันในตลาด เป็นปัจจัยภายนอกที่เอื้อประโยชน์ในการทำงานภายในบริษัท เช่น การส่งเสริมจากภาครัฐให้ทุนสนับสนุนงานวิจัย โครงการจากหน่วยงานต่างๆผลักดันผู้ประกอบการให้จัดแสดงสินค้าทั้งในและต่างประเทศ เพิ่มโอกาสการขายให้ธุรกิจ เป็นต้น

T = Threat (อุปสรรค)

ปัจจัยภายนอกที่ส่งผลเสียกับการดำเนินธุรกิจของบริษัทที่เกี่ยวข้องกับปัจจัยภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้ เช่น ภัยธรรมชาติ ความเข้มแข็งของคู่แข่ง หรือ อัตราดอกเบี้ยที่สูงขึ้น  ถือว่าเป็นปัจจัยภายนอกที่ขัดขวางการทำงาน เป็นอุปสรรคของบริษัท เช่น ภาษีนำเข้า-ส่งออกที่อาจเพิ่มขึ้นในสินค้าบางประเภท การเกิดอุทกภัยน้ำท่วมบ่อยครั้งทำให้เกิดภาวะชะงักงันทางเศรษฐกิจในบางพื้นที่ เป็นต้น

การวิเคราะห์ SWOT ที่ถูกต้อง

ผลกระทบทางบวก เป็นโอกาส

ผลกระทบทางลบ เป็นอุปสรรค

จุดแข็งและจุดอ่อน เป็นปัจจัยภายใน

ปัญหาและอุปสรรค เป็นปัจจัยภายนอก

หลังวิเคราะห์ SWOT แล้วทำอย่างไรต่อ?

เมื่อวิเคราะห์ SWOT จนได้จุดแข็ง จุดอ่อน ปัญหาและอุปสรรคได้แล้ว แน่นอนทุกองค์กรต้องอยากเพิ่มจุดแข็ง ลบจุดอ่อนตนเอง สร้างความได้เปรียบจากโอกาส และหลีกเลี่ยงอุปสรรคใช่ไหมคะ?  วิธีการต่อจากนี้คือ การจับคู่เพื่อกำหนดเป็นกลยุทธ์ หรือการทำกลยุทธ์ THOWS Matrix คือการนำ S W O T ที่เราทำมาไว้นั้น มาจับคู่เพื่อกำหนดเป็นกลยุทธ์เชิงรุก(S+O) กลยุทธ์เชิงแก้ไข(W+O) กลยุทธ์เชิงป้องกัน(S+T) และกลยุทธ์เชิงรับ(W+T) สามารถอ่านเพิ่มเติมได้ที่นี่ หลังจากจับคู่กลยุทธ์เราก็จะได้วิธีการพัฒนาธุรกิจให้ประสบความสำเร็จได้แล้วค่ะ

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับ SWOT ANALYSIS

1. เวลา – การวิเคราะห์  SWOT  ต้องคิดไปข้างหน้าเท่านั้น แต่เรามักเข้าใจผิดเอาอดีตกับปัจจุบันมาวิเคราะห์ ซึ่งได้ข้อมูลไม่ แข็งแรงพอที่จะต่อยอดธุรกิจ

2. จุดเริ่ม – สิ่งที่ควรทำเมื่อเริ่มการวิเคราะห์ SWOT คือ เริ่มจากปัจจัยภายนอก นั่นก็คือ Opportunities และ Threats แต่เรามักเข้าใจเริ่มจากการคิดปัจจัยภายใน Strength และ Weakness ก่อน ซึ่งอาจจะทำให้เราหลงทาง หากเราวิเคราะห์ปัจจัยภายในก่อน เวลาคิดปัจจัยภายนอก อาจจะคิดแล้วตันได้ เพราะพอมาวิเคราะห์ปัจจัยภายนอกจะพบว่าจุดแข็งซึ่งเป้นปัจจัยภายในของเราอาจจะไม่ใช่จุดแข็งที่แท้จริง เป็นต้น  อีกสิ่งหนึ่งที่ควรตระหนักคือปัจจัยภายนอกมักเข้ามาหาเราเอง เราหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่เรามักเข้าใจผิดคิดว่าหลีกเลี่ยงได้

3. มุมมอง – เรามักเข้าใจผิดและวิเคราะห์ SWOT จากมุมมองของคนภายในองค์กร ซึ่งไม่ใช่มุมมองจากลูกค้าหรือผู้บริโภค ทางออกคือให้ดูมุมมองจากคนภายในมาวิเคราะห์จุดอ่อนจุดแข็งของธุรกิจเรา

4. หน่วยในการวิเคราะห์ – SWOT ใช้วิเคราะห์ได้ตั้งแต่หน่วยเล็กๆในองค์กร จนถึงหน่วยใหญ่อย่างทั้งบริษัท เพราะฉะนั้นต้องกำหนดหน่วยในการวิเคราะห์ให้ชัดเจน หน่วยย่อยแต่ละแผนกก็มีจุดแข็งจุดอ่อนแตกต่างกันออกไป มีปัจจัยทั้งภายนอกภายในไม่เหมือนกัน ดังนั้นต้องกำหนดหน่วยวิเคราะห์ให้ชัดเจน เช่น กำหนดหน่วยย่อยเพื่อพัฒนาเป็นจุดๆ แล้วนำมาผสานรวมกัน พัฒนาต่อยอดที่ละหน่วยเพื่อวางกลยุทธต่อยอดพัฒนาหน่วยที่ใหญ่ขึ้น นั่นคือองค์กรโดยรวมได้

            และทั้งหมดนี้คือหลักการวิเคราะห์ SWOT ที่ควรใช้ให้ถูกต้องและใช้กับธุรกิจทุกประเภท เพื่อการเติบโตอย่างมีประสิทธิภาพ   เพื่อหนทางในการทำธุรกิจให้แตกต่างและนำไปปรับประยุกต์ใช้ภายในบริษัทได้ค่ะ

WRITTEN BY : Kanyapat P.
Edited by Jaruda S.

Source 1 2
PHOTO BY : Freepik, Pexels

(Visited 1,190 times, 8 visits today)

ใส่ความเห็น