Physical ต่างกับ Chemical อย่างไร?

Click to rate this post!
[Total: 201 Average: 5]

หลายคนคงทราบกันดีอยู่แล้วว่า แสงแดดเป็นตัวการหลักในเรื่องการทำลายผิวของเรา การเลือกครีมกันแดดนั้นถือว่าเป็นสิ่งที่สำคัญที่เราต้องใส่ใจในการเลือกครีมกันแดดนะคะ ซึ่งนอกจากดูว่า SPF กับ PA ให้เหมาะสมกับผิวของเราแล้ว อีกสิ่งที่เราต้องดูและใส่ใจไม่แพ้กันคือ ส่วนประกอบสารในครีมกันแดด ค่ะ ถือว่าเป็นส่วนประกอบหลักสำคัญเพื่อให้ได้ครีมกันแดดที่มีประสิทธิภาพที่ดีที่สุดในการปกป้องผิวของเรานั่นเอง

          สารป้องกันแสงแดดที่ใช้ในการกันแดด จะแบ่งออกเป็น 2 ประเภทด้วยกัน คือ Chemical Sunscreen และ Physical Sunscreen เรามาดูความแตกต่างของทั้ง 2 ประเภทนี้กันดีกว่าว่ามีข้อดีและข้อเสียอย่างไร แตกต่างกันมากน้อยแค่ไหนค่ะ

Chemical Sunscreen 

          เป็นสารที่มีส่วนผสมทำหน้าที่ในการปกป้องผิวจากแสงแดด ประกอบไปด้วย Oxybenzone, Octinoxate, Octisalate และ Avobenzone ซึ่งสร้างปฎิกิริยาทางเคมี โดยจะดูดกลืน รังสี UVA และ UVB และเปลี่ยนเป็นความร้อน แล้วจึงปล่อยความร้อนออกไปจากผิวหนัง ซึ่งในสินค้าบางตัวที่ใช้สารกรองแสงแบบ chemical คือใช้การกระจายรังสียูวีออกไปแล้วจึงกักเก็บ แต่ส่วนใหญ่ใช้แบบดูดซึมธรรมดา เช่น Daily UV Protection SPF 50 PA++++ , Cactus Sun Ptotection SPF30 , Perfect Sun Protection Silky Cream​

ข้อดี

  • สามารถดูดซับรังสี UV จากแสงแดดออกจากผิว ได้โดยไม่ทำให้แสงแดดทำร้ายผิว
  • มีเนื้อบางเบากว่า ไม่ขาววอกและสามารถเกลี่ยบนผิวหนังได้ง่ายกว่า เหมาะกับการใช้ประจำทุกวัน
  • ไม่ต้องใช้ปริมาณเยอะเพราะสามารถซึมเข้าสู่ผิวได้ดี 

ข้อเสีย

  • ทาแล้วต้องรอเวลาโดยประมาณ 15-20 นาที ก่อนออกแสงแดด
  • การใช้ครีมกันแดดที่มีค่า SPF สูง อาจก่อให้เกิดการระคายเคืองได้ ไม่เหมาะสำหรับคนที่มีผิวแพ้ง่าย
  • ต้องทากันแดดซ้ำบ่อยๆเมื่ออยู่กลางแสงแดดและได้รับรังสี UV โดยตรง
  • สำหรับคนผิวมัน อาจทำให้เกิดการอุดตัน และเป็นสิวได้

Physical Sunscreen

          ประกอบไปด้วยส่วนผสมของแร่ธาตุจากธรรมชาติ เช่น Titamium dioxide หรือ Zincoxide ซึ่งจะปกคลุมผิวด้านบน ทำหน้าที่สะท้อนรังสี UVA และ UVB ที่ทำลายผิวของเราออกไปจากผิว เช่น Sun Cut Physical Sunscreen SPF50 PA+++​


ข้อดี

  • สามารถปกป้องผิว โดยการสะท้อนรังสี UV จากแสงแดดออกไปจากผิวของเรา
  • เมื่อทาครีมกันแดดแล้วสามารถปกป้องผิวได้ทันทีโดยไม่ต้องรอ
  • ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคือง เหมาะสำหรับคนที่มีผิวแพ้ง่าย

ข้อเสีย

  • จำเป็นต้องทาซ้ำ กรณีที่ต้องไปกิจกรรมกลางแจ้ง เช่น ว่ายน้ำ ดำน้ำ หรือ ออกกำลังกาย เป็นต้น
  • ทำให้ผิวดูขาวมากเกินไป เนื่องจากสารจะเคลือบบนผิวหนังชั้นบนเพื่อรอป้องกันแสงกระทบผิว จึงอาจไม่เหมาะสำหรับผู้ที่มีผิวสองสีหรือผิวคล้ำ
  • ตัวเนื้อครีม มีความหนากว่า และไม่ละเอียด  เกลี่ยยาก หรือใช้เวลานานกว่า

          ทีนี้ก็ทราบความแตกต่างระหว่าง Physical กับ Chemical กันแล้วใช่ไหมคะ? โดยส่วนมากตามท้องตลาดทั่วไปจะเป็นกันแดดแบบ Chemical-Physical Sunscreen เพราะเป็นการผสมผสานข้อดีกับข้อเสียของสารกันแดดทั้ง 2 ประเภทด้วยกัน แต่สำหรับคนที่มีปัญหาผิวแพ้ง่าย แนะนำว่าควรใช้แบบ Physical Sunscreen ซึ่งปัจจุบันมีนวัตกรรมของสารกันแดด และกระบวนการผลิตครีมกันแดดที่พัฒนาได้อย่างรวดเร็วและมากขึ้น โดยสามารถพัฒนาเนื้อครีมให้ละเอียด เกลี่ยง่ายมากกว่าเดิมและเหมาะสำหรับทุกสีผิว สามารถทาบนใบหน้าได้อย่างเนียน เป็นธรรมชาติมากขึ้น  ที่สำคัญต้องผลิตจากโรงงานที่มีคุณภาพและมีมาตรฐานระดับสากล เพื่อให้มั่นใจว่าได้ใช้สินค้าตรงตามที่ต้องการอย่างแน่นอน

          ที่สำคัญ เรื่องของการปกป้องผิวจากแสงแดดเป็นเทรนด์ยอดนิยมที่ไม่เคยตกอันดับของทุกปี ยิ่งผลิตยิ่งสร้างหลายได้หลักล้าน มาถึงตอนนี้อยากมีแบรนด์เป็นของตัวเองหรือยังคะ? ตอนนี้วธูธรมีโปรโมชั่นสร้างแบรนด์กันแดดด้วยค่ะ หากสนใจติดต่อได้ที่ >>> Line@ <<< ขอโอกาสให้วธูธรได้ดูแลคุณนะคะ

[SOURCE1]
[SOURCE2]

Written : Kanyapat p.
Photo : Freepic

(Visited 2,037 times, 1 visits today)

มีข้อสงสัย เพิ่มเติม ติดต่อสอบถาม

ใส่ความเห็น