Categories
เครื่องสำอางค์

รู้ลึกถึงเรื่องครีมกันแดด รังสี UVA / UVB คืออะไร ค่า PA เท่าไหร่ถึงจะดี

Click to rate this post!
[Total: 4 Average: 5]

เคยสงสัยไหมว่า UVA / UVB ที่อยู่บนขวดครีมกันแดดนั้นหมายถึงอะไร ทั้ง 2 ชนิดนี้ต่างกันอย่างไร ทำไมถึงต้องมีอยู่ในผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดดทุกชนิดด้วย สำหรับใครที่ใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดดแล้วยังไม่ทราบว่ารังสี UVA / UVB คืออะไรวันนี้เราจะมาบอกกันว่าคืออะไร ควรเลือกแบบไหน และควรเลือกค่า PA เท่าไหร่ดี

ทำความรู้จักกับรังสี UVA / UVB

                  รังสี UVA (Ultraviolet A) เป็นรังสียูวีที่มีความยาวของคลื่นมากถึง 320 – 400 นาโนเมตร เป็นรังสียูวีที่ทำร้ายผิวได้โดยตรง มีอยู่ในแสงแดดประมาณ 95% เลยทีเดียว สามารถส่องถึงผิวหนังของเราได้โดยตรงแม้ว่าจะมีกระจกกั้นก็สามารถส่องผ่านกระจกเข้ามาได้ สำหรับใครที่คิดว่าอยู่ในร่มหรืออยู่ในห้องแอร์แล้วรังสียูวีจะเข้ามาทำร้ายผิวไม่ได้ก็ต้องบอกเลยว่าคิดผิดเสียแล้ว เพราะรังสี UVA สามารถเข้าไปทำลายคอลลาเจนและอิลาสตินใต้ผิวของเราได้ ส่งผลให้ผิวขาดความชุ่มชื่นและเกิดริ้วรอยได้ง่าย ส่งผลให้ผิวมีรอยเหี่ยวย่น ผิวหมองคล้ำ จุดด่างดำ และที่สำคัญคือรังสี UVA นั้นเป็นสาเหตุของการมะเร็งผิวหนังทุกประเภทด้วย

                  รังสี UVB (Ultraviolet B) มีความยาวของคลื่น 290 – 320 นาโนเมตร พบได้ในแสงแดดเพียงแค่ 5% แต่แม้ว่ารังสี UVB จะมีอยู่ในแสงแดดแค่ 5% แต่หากพูดถึงพลังการทำลายล้างแล้วถือว่าไม่น้อยหน้ารังสี UVA เลย เพราะเจ้ารังสี UVB นี่แหละที่เป็นตัวการที่ทำให้ผิวของเราไหม้ หมองคล้ำ แดง แสบผิวเวลาออกแดด แถมยังเป็นสาเหตุของการเกิดกระด้วย ในการเลือกซื้อครีมกันแดดจึงควรเลือกค่า SPF ที่เหมาะสำหรับการออกแดดในแต่ละวัน เพราะเป็นค่าการดูดซับรังสี UVB ที่จำเป็นต่อผิว ควรเลือกค่า SPF 15+ ในวันออกแดดน้อย และเลือกค่า SPF50+ สำหรับวันออกแดดมาก

ควรเลือกค่า PA เท่าไหร่ดี?

                  ค่า PA หรือ Protection grade of UVA เป็นค่าการป้องกันรังสี UVA ที่มีอยู่ในครีมกันแดดที่มีการป้องกันรังสี UVA โดยเฉพาะ โดยจะมีประสิทธิภาพในการป้องกันรังสี UVA อยู่ 4 ระดับด้วยกัน ได้แก่ PA+ หมายถึง ระดับเริ่มต้น, PA++ หมายถึง ระดับกลาง, PA+++ หมายถึง สูง และ PA++++ หมายถึง ระดับสูงที่สุด

                  จะเห็นว่ารังสี UVA / UVB และค่า PA นั้นมีส่วนสำคัญต่อการเลือกครีมกันแดดไม่น้อยเลย เพราะนอกจากจะต้องเลือกการป้องกันที่เหมาะสำหรับผิวและการออกแดดแล้วยังต้องเลือกค่า PA และค่า SPF ที่เหมาะสำหรับการออกแดดในแต่ละวันด้วย สำหรับใครที่กำลังจะเลือกซื้อครีมกันแดดก็อย่าลืมเลือกให้เหมาะกับสภาพผิวและการใช้งานของตนเองด้วย เพื่อช่วยปกป้องผิวคุณจากรังสี UVA / UVB และช่วยให้มีผิวสุขภาพดีอยู่เสมอ

(Visited 15 times, 1 visits today)

มีข้อสงสัย เพิ่มเติม ติดต่อสอบถาม

ใส่ความเห็น