Categories
เครื่องสำอางค์

โรงงานผลิตครีมและกลยุทธ์การตลาดที่ช่วยเพิ่มยอดขาย

ทุกธุรกิจที่จะสามารถประสบความสำเร็จได้นั้น ล้วนแล้วแต่ต้องมีการวางแผนการจัดการที่ดีและการเลือกใช้กลยุทธ์ทางการตลาดที่เหมาะสม และสำหรับในกลุ่มธุรกิจโรงงานผลิตครีมและผู้ประกอบการเจ้าของแบรนด์เครื่องสำอาง อาหารเสริม และผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ที่เกี่ยวกับความสวยความงาม ที่มีการแข่งขันกันค่อนข้างสูงในกลุ่มสินค้าประเภทเดียวกันนั้น ยอดขายก็คือสิ่งที่จะตัดสินความอยู่รอดและความสำเร็จของธุรกิจ และเพื่อให้การทำธุรกิจเป็นไปตามเป้าที่วางไว้ การเรียนรู้กลยุทธ์ทางการตลาดดี ๆ สามารถช่วยเราได้ไม่น้อย

สร้างความน่าเชื่อถือด้วยการรับรองมาตรฐานระดับสากล

                  ก่อนที่ผู้บริโภคหรือลูกค้าจะทำการตัดสินใจซื้ออะไรก็ตาม ยิ่งเป็นสินค้าที่เกี่ยวข้องกับความสวยความงามด้วยแล้ว การเลือกสินค้าจากความปลอดภัยและความน่าเชื่อถือคือประเด็นสำคัญแรกที่ลูกค้าทุกคนจะดูก่อน เพื่อให้สินค้าของเราขายออกง่ายขึ้น ลูกค้าตัดสินใจซื้อได้ไวขึ้น ธุรกิจควรเลือกใช้กลยุทธ์ตั้งแต่การเลือกโรงงานผลิตครีมสำหรับการผลิตสินค้า ถ้าโรงงานนั้นได้รับการรับรองมาตรฐานในระดับสากล ลูกค้าก็จะมั่นใจในตัวสินค้าของเราได้ง่ายขึ้นตามไปด้วย

สินค้าทางเลือก ตามกระแส ขายดี ขายไว

                  ผู้บริโภคส่วนใหญ่จะนิยมเลือกซื้อสินค้าที่เป็นกระแสได้ง่าย ส่วนหนึ่งเพราะความต้องการที่จะลองสินค้าตัวใหม่ ที่จะตอบโจทย์ความต้องการด้านความสวยความงามตามแฟชั่นด้วย และอีกทางหนึ่งก็คือการเลือกตามกระแสเพราะถ้าคนนิยม แสดงว่าสินค้าตัวนั้นเป็นของดี ให้เราดูว่า ณ เวลานี้คนกำลังนิยมใช้สินค้าแบบไหน อย่างเช่น เวลานี้ก็ต้องเครื่องสำอาง organic ที่มีโรงงานผลิตครีมซึ่งได้รับมาตรฐานการรับรองรับผลิตให้เราอยู่

สั่งเยอะ ต้นทุนลด ยอดขายเพิ่ม

                  การเพิ่มกำไรให้กับธุรกิจ ไม่จะเป็นต้องไปผลักดันที่จำนวนยอดขายสินค้าแต่เพียงอย่างเดียว เราสามารถเลือกใช้กลยุทธ์ในการลดต้นทุนการผลิตแต่ไม่ลดคุณภาพของสินค้าได้ กับการสั่งผลิตสินค้าความงามจากโรงงานผลิตครีมในปริมาณที่มากขึ้น เพื่อให้ Lot การสั่งซื้อนั้นได้รับส่วนลดในต้นทุนที่มากขึ้น ส่วนนี้เองที่จะช่วยให้ยอดเงินจากการจำหน่ายสินค้ากลับมาเป็นกำไรในจำนวนที่มากกว่าเดิม ทั้งยังเป็นกลยุทธ์ที่ช่วยสนับสนุนให้ธุรกิจสามารถทำ promotion ทางการตลาดอื่น ๆ ได้เพิ่มอีกด้วย

                  นอกจากกลยุทธ์ในการเพิ่มยอดขายที่ว่ามานี้ จะช่วยสร้างกำไรให้ธุรกิจได้อย่างน่าสนใจ การเลือกโรงงานผลิตครีมที่ได้มาตรฐานเองก็ยังเป็นเหมือนหนึ่งกลยุทธ์ที่ผู้ประกอบการที่ชาญฉลาดเลือกใช้ในการวางแผนธุรกิจ เพราะถ้าเรานั้นเริ่มต้นเลือกผู้ช่วยสนับสนุนการสร้างผลิตภัณฑ์ที่ดี มีมาตรฐาน ก็เท่ากับเราได้เริ่มดำเนินแผนกลยุทธ์ up ยอดขาย เพิ่มกำไร และเปิดประตูสู่ความสำเร็จให้ธุรกิจไปแล้วนั่นเอง

Categories
เครื่องสำอางค์

ข้อควรรู้ก่อนสั่งผลิตเจลทำความสะอาดมือหรือสเปรย์แอลกอฮอล์แบบไม่ต้องล้างออก

สวัสดีค่ะ วันนี้ วธูธร มีข้อควรรรู้เล็กๆน้อยๆสำหรับลูกค้าที่กำลังมองหาโรงงานรับผลิตเจลทำความสะอาดมือหรือสเปรย์แอลกอฮอล์แบบไม่ต้องล้างออก เนื่องด้วยตอนนี้มีผู้สนใจสร้างแบรนด์เจลทำความสะอาดมือหรือสเปรย์แอลกอฮอล์แบบไม่ต้องล้างออกเป็นจำนวนมากและเป็นไอเทมที่สามารถช่วยในการทำความสะอาดและสามารถฆ่าเชื้อโรครวมทั้งฆ่าเชื้อแบคทีเรียได้  

เจลแอลกอฮอล์ทำความสะอาดมือ แบบไม่ต้องล้างออก

แต่ลูกค้ารู้หรือไม่ ตอนนี้การสั่งผลิตเจลทำความสะอาดมือหรือสเปรย์แอลกอฮอล์แบบไม่ต้องล้างออก

จะไม่สามารถจดแจ้งเป็น อย.ได้หลังจากวันที่ 11 มีนาคม 2563 เนื่องจากสินค้าประเภทนี้จะถูกจัดเป็นเครื่องมือทางการแพทย์ ทำให้ลูกค้าที่ได้ทำการสั่งผลิตและสร้างแบรนด์เจลทำความสะอาดมือหรือสเปรย์แอลกอฮอล์แบบไม่ต้องล้างออก ต้องจดแจ้งเป็นเครื่องมือทางการแพทย์ แต่อย่างไรก็ตามลูกค้าท่านใดที่สั่งผลิตและยื่นจดแจ้ง อย. ก่อนวันที่ 11 มีนาคม 2563 ลูกค้ายังสามารถขายได้อย่างถูกต้องตามกฎหมายจนกว่าสินค้าล็อตนั้นๆจะหมด โดยเลขอย.จะถูกยกเลิกอัตโนมัติ แต่ในการสั่งผลิตครั้งต่อไปต้องยื่นจดแจ้งอย.ใหม่เป็นเครื่องมือทางการแพทย์ค่ะ

เจลแอลกอฮอล์ทำความสะอาดมือ แบบไม่ต้องล้างออก

สรุปแล้วเราก็ยังสามารถผลิตเจลทำความสะอาดมือหรือสเปรย์แอลกอฮอล์แบบไม่ต้องล้างออกกันได้อยู่นะคะ แต่จะต้องจดแจ้งเป็นเครื่องมือทางการแพทย์ตามกฎหมายในวันที่ทางกระทรวงสาธารณสุขกำหนด นั้นก็คือ หลังวันที่ 11 มีนาคม 2563 เป็นต้นไปค่ะ

หากต้องการสอบถามข้อมูลเพิ่มเติมสามารถสอบถามได้เลยจ้าาา

Categories
เครื่องสำอางค์

วิธีสร้างแบรนด์เครื่องสำอางพร้อมขาย 8 ขั้นตอนง่ายๆกับวธูธร EP1 (สูตรเฉพาะโรงงาน)

ใครๆ ก็สามารถเป็นเจ้าของแบรนด์เครื่องสำอางกันได้ง่ายๆด้วย 8 ขั้นตอนเบื้องต้นของการสร้างแบรนด์เครื่องสำอางสูตรมาตราฐานกับ
วธูธร

1. ลูกค้าบอกความต้องการหรือคอนเซ็ป

         ลูกค้าบอกความต้องการของลูกค้าว่าต้องการครีม หรือเครื่องสำอางที่ช่วยในเรื่องอะไรบ้าง อย่างเช่น ช่วยในเรื่องริ้วรอย ช่วยเรื่องสิว หรือช่วยในเรื่องของความกระจ่างใส เป็นต้น โดยจะมีแอดมินคอยแนะนำสินค้าสูตรมาตราฐานที่ตรงกับความต้องการและคอนเซ็ปของลูกค้

A picture containing toiletry, indoor, lotion, skin cream

Description automatically generated

2. ขั้นตอนทดลองผลิตภัณฑ์

         สามารถสั่งซื้อผลิตภัณฑ์ขนาดทดลอง เพื่อนำไปทดลองประสิทธิภาพของสินค้าก่อนทำการสั่งผลิตได้

3. ขั้นตอนการสั่งผลิต

เมื่อลูกค้าลองสินค้าตัวอย่างแล้วรู้สึกพึงพอใจต้องการสั่งผลิตภายใต้แบรนด์ของลูกค้า ทางแอดมินจะดำเนินการส่งเรื่องให้ฝ่ายขาย ส่งใบเสนอราคา, ขันต่ำการสั่งผลิต, การเทสเบื้องต้น ,การออบแบบผลิตภัณฑ์ และ บรรจุภัณฑ์

4. ขั้นตอนชำระเงิน

               การชำระเงินจะขึ้นอยู่กับใบเสนอราคาตามที่ทางฝ่ายขายได้ส่งให้กับลูกค้า

A screen shot of a computer keyboard

Description automatically generated

5.ขั้นตอนการออกแบบ

มีแบบมาตรฐาน กล่อง สกรีน สติกเกอร์ ให้เลือก
(สามารถปรับเปลี่ยนสีได้) หากต้องการเปลี่ยนแบบ หรือ ออกแบบโลโก้ให้ จะมีค่าบริการต่างหาก

6. ขั้นตอการจดแจ้ง อย.

บริษัทจะดำเนินการจดแจ้งอย. ภายใต้ชื่อแบรนด์ของลูกค้า ใช้ระยะเวลาโดยประมาน30วัน

7. ขั้นตอนการผลิต

ในกรณีสั่งผลิตสินค้าครั้งแรกกับบริษัท จะใช้ระยะเวลาประมาน30วัน
ในกรณีสั่งรอบต่อมาใช้เวลาโดยประมาน15วัน

8. ขั้นตอนจัดส่งสินค้า

บริษัท วธูธร จะทำการส่งสินค้า ตามคิวการจัดส่งที่ทางฝ่ายขายได้แจ้งให้ลูกค้าทราบ

เห็นไหมละจริงๆแล้วสร้างแบรนด์ไม่ใช้เรื่องที่ยากแค่เราไปทีละขั้นตอนเราก็สามารถมีแบรนด์เป็นของตัวเองได้แล้ว



Categories
เครื่องสำอางค์

ธุรกิจหมดยุคปลาใหญ่-ปลาไวแล้ว สร้างแบรนด์เครื่องสำอางปี 2020 ต้องปลาที่”ใช่”เท่านั้น

ใกล้จะหมดปี 2019 แล้วหลายๆคนกำลังมองหาธุรกิจใหม่ๆ ไม่ว่าจะเริ่มต้นหรือกำลังขยายธุรกิจ ต้องให้ความสนใจกับการสร้างแบรนด์ที่ตอบโจทย์ผู้บริโภคในปีหน้า การวางกลยุทธ์ทางธุรกิจจึงมีความสำคัญที่จะทำให้ธุรกิจเติบโตได้อย่างราบรื่น การสร้างแบรนด์หรือทำธุรกิจในสมัยก่อน เราคงเคยได้ยินคำว่า “ปลาใหญ่กินปลาเล็ก” แต่ยุคที่ผ่านมาเป็นยุคของ “ปลาเร็วกินปลาช้า” แต่ปีหน้า 2020 ต้องบอกเลยว่าเป็นยุคของ “ปลาที่ใช่” เท่านั้น

หากคุณเป็นคนสร้างแบรนด์เครื่องสำอาง คุณก็ไม่ต่างอะไรกับปลาที่ว่ายอยู่ในมหาสมุทรสีแดง ( RED OCEAN ) ที่มีการแข่งขันสูงมาก และคนสร้างแบรนด์เครื่องสำอางก็มีมากขึ้นทุกวัน เพราะ Demand  หรือความต้องการผู้บริโภคก็มีมากขึ้นเช่นกัน แต่เมื่ออยู่ในน่านน้ำสีแดงจะสู้ด้วยกลยุทธ์เก่าๆ อย่างปลาใหญ่หรือปลาเร็วก็อาจจะไม่ได้ผลเหมือนก่อนแล้ว (อ่านเพิ่มเติมเรื่องกลยุทธ์น่านน้ำสีแดงได้ที่นี่ คลิก )

สร้างแบรนด์ปลาที่ใช่คืออะไร?

สมัยก่อนใครมีทุนหนา ทรัพยากรเยอะ จะได้เปรียบเสมือนปลาใหญ่ที่ว่ายน้ำได้อย่างสง่างามท่ามกลางปลาเล็กหรือธุรกิจที่มีทุนน้อย สายป่านสั้น โดนกินเอาง่าย ต่อมาเป็นยุคของปลาไว ที่ธุรกิจไหนมองเห็นโอกาส แล้วปรับตัวก่อน สามารถสร้างความได้เปรียบก่อน จะเอาชนะปลาช้าได้ แต่เมื่อพฤติกรรมผู้บริโภคยุคนี้ที่เปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ทำให้เกิดพฤติกรรมผู้บริโภคที่เรียกว่า Personalized ที่แต่ละคนมีความต้องการเฉพาะบุคคลไม่เหมือนกัน พฤติกรรมนี้เป็นผลสืบเนื่องมาจากการเข้าถึงสื่อต่างๆได้ง่ายขึ้นตามเทคโนโลยีต่างๆที่เกิดใหม่ทุกวัน

ปี 2020 จึงเป็นยุคของ  ”ปลาที่ใช่” คือปลาที่สร้างแบรนด์แล้วตอบโจทย์และมอบสิ่งที่ต้องการได้อย่างตรงจุด ไม่ใช่ขนาดหรือความเร็วอย่างแต่ก่อน

ทำอย่างไรถึงจะสร้างแบรนด์เป็น “ปลาที่ใช่”

หากคิดจะสร้างแบรนด์เครื่องสำอาง คุณต้องเป็น “ปลาที่ใช่” ประกอบด้วยองค์ประกอบ 5 อย่าง คือ

  • คนที่ใช่

ปลาที่ใช่ต้องว่ายหากลุ่มเป้าหมายที่ใช่ เพื่อให้คนกลุ่มนั้นเป็นลูกค้า คุณต้องชัดเจนว่าจะขายใคร สร้างแบรนด์เครื่องสำอางเหมาะกับคนกลุ่มไหน เช่น หากคุณกำหนดกลุ่มเป้าหมายเป็นผู้หญิงอายุ 30 ปีขึ้นไป อาจจะเลือกขายสินค้าลดเลือนริ้วรอยและโฆษณาไปยังคนกลุ่มนี้ เพื่อให้คนพบเห็นสินค้าคุณได้มากที่สุด ไม่ใช่ขายสินค้าลดริ้วรอยและโฆษณากับกลุ่มวัยรุ่น 18-25 ปี

  • สินค้าที่ใช่

ปลาที่ใช่ต้องครอบครองสินค้าที่ตอบโจทย์ผู้บริโภค สามารถมอบความสะดวกสบายและความต้องการ สามารถแก้ปัญหาได้ตรงจุด ไม่ใช่ผลิตเครื่องสำอางออกมาเพื่อเป็น Mass Product ที่ขายใครก็ได้ แต่ต้องเป็น Niche Product ที่ตอบโจทย์คนที่ต้องการจริงๆ ถ้าในมุมของคนสร้างแบรนด์เครื่องสำอาง คุณต้องมีสินค้าที่แตกต่าง ตอบโจทย์ และแบรนด์อื่นไม่มีเหมือนคุณ

  • วัตถุประสงค์ที่ใช่

ปัจจุบันผู้บริโภคไม่ได้ซื้อสินค้าด้วยเหตุผลเท่านั้น เรื่องอารมณ์และความรู้สึกก็มีผลอย่างมากในการตัดสินใจซื้อ สิ่งที่อยากจะบอกสำหรับคนสร้างแบรนด์เครื่องสำอางก็คือ คุณต้องสร้างอัตลักษณ์ตัวตน แสดงออกถึง “Brand Idea” ให้ชัดเจน ทำให้ผู้ซื้อรู้สึกเป็นอยากเป็นส่วนหนึ่งในไอเดียของคุณ อยากมีภาพลักษณ์เหมือนที่แบรนด์คุณแสดงออกมา เป็นสิ่งที่ตัวเองอยากมีส่วนร่วมด้วย คุณลองสังเกตว่าทำให้แบรนด์ดังๆอย่าง IKEA จึงมีลูกค้าแตกต่างจากร้านเฟอร์นิเจอร์ทั่วไป เพราะผู้บริโภคอยากมีส่วนร่วมกับไอเดียการออกแบบ ตามบุคลิกและภาพลักษณ์ของแบรนด์นั่นเอง

  • สถานที่ที่ใช่

คุณต้องนำสินค้าของคุณไปโปรโมทยังที่ที่กลุ่มเป้าหมายคุณอยู่ และจำหน่ายสินค้าได้ในที่ที่ลูกค้าสะดวก โดยต้องศึกษาทั้งด้านออนไลน์และออฟไลน์ และทำทั้ง 2 ทาง เพราะปัจจุบันไม่มีเส้นกั้นระหว่าง 2 ทางนี้แล้ว ช่องทางเชื่อมกันอย่างตัดขาดไม่ได้อีกต่อไป โดยเลือกโปรโมทสินค้าในที่ที่ลูกค้าใช้บริการเป็นประจำ เช่น หากสร้างแบรนด์เครื่องสำอางสำหรับเด็ก คุณอาจจะเลือกโปรโมทออนไลน์ผ่านเว็ปไซต์เกี่ยวกับแม่และเด็ก และออกบูธแสดงสินค้างานสำหรับแม่และเด็ก เป็นต้น

  • เวลาที่ใช่

หากเคยศึกษาด้านการตลาดมาก่อน คงจะรู้จักกับคำว่า Customer Journey คือระยะทางของลูกค้าตั้งแต่รู้จักแบรนด์ของคุณจนถึงตัดสินใจซื้อสินค้าของคุณ หากเราสร้างแบรนด์เครื่องสำอางแล้วต้องการให้เป็นที่รู้จัก คุณต้องทำสื่อโฆษณาเพื่อ Awareness และเพิ่มความเชื่อมั่นในผลิตภัณฑ์ในเวลาต่อมา ปิดท้ายด้วยข้อเสนอหรือโปรโมชั่นต่างๆเพื่อปิดการขายหรือทำให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อ ในเวลาที่เหมาะเจาะ เช่น ช่วงเงินเดือนออก ช่วงโบนัสออก หรือ โปรโมชั่นช่วงเทศกาลที่ทำให้คนตัดสินใจซื้อง่ายขึ้น เป็นต้น

ยุคที่”ปลาที่ใช่” กำลังจะมา คนสร้างแบรนด์เครื่องสำอางต้องเตรียมความพร้อมก่อนปี 2020  ลองเขียนองค์ประกอบ 5 อย่างดังกล่าวออกมา ว่าแบรนด์ของคุณที่มีองค์ประกอบเหล่านี้ครบหรือยัง หากยังไม่ครบ คุณต้องเติมเต็มเพื่อให้แบรนด์ของคุณเป็น”ปลาที่ใช่”ในน่านน้ำวงการทำแบรนด์เครื่องสำอางค่ะ

Writen by Jaruda S.

ขอบคุณภาพจาก shutterstock

Source : 1 2


Categories
เครื่องสำอางค์

5 ข้อแตกต่างระหว่างยาสีฟันเด็กกับยาสีฟันผู้ใหญ่

ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ยาสีฟันของเด็กหลากหลายแบรนด์ออกมาวางจำหน่าย แต่บางครั้งผู้ปกครองหลายคนยังคงสงสัยว่ายาสีฟันเด็กนั้นแตกต่างจากยาสีฟันผู้ใหญ่อย่างไร ? และเราสามารถให้เด็กใช้ยาสีฟันผู้ใหญ่ได้มั้ย วันนี้วธูธร จะพาทุกท่ามาหาคำตอบกันค่ะ

1. ปริมาณฟลูออไรด์

ฟลูออไรด์เป็นสารป้องกันฟันผุ ทำให้ผลึกเคลือบฟันแข็งแรง ลดการสร้างกรดของแบคทีเรียทำให้ลดคราบจุลินทรีย์บนผิวฟัน ฟลูออไรด์สามารถป้องกันฟันผุและรักษาฟันผุระยะแรกให้หายได้ ในยาสีฟันเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปีจะมีปริมาณฟลูออไรด์น้อยกว่ายาสีฟันผู้ใหญ่ หรือไม่มีฟลูออไรด์เลย เด็กเมื่ออายุประมาณ 6 เดือนจะเริ่มมีฟันน้ำนมขึ้น คุณแม่สามารถใช้สอนลูกให้แปรงฟันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ได้เลย แต่หากเป็นทารกยังไม่มีฟันขึ้นไม่จำเป็นต้องใช้ยาสีฟัน อาจใช้ผ้าชุดน้ำทำความสะอาดแทนได้ ข้อแนะนำสำหรับเด็กอายุไม่เกิน 6 ปี ที่ยังควบคุมการกลืนยาสีฟันไม่ได้ ผู้ปกครองควรดูแลอย่างใกล้ชิดขณะแปรงฟัน และสอนเด็กๆไม่ให้กลืนยาสีฟันเข้าไปค่ะ หากกลืนเข้าไปขณะแปรงฟันอาจจะส่งผลทำให้ฟันตกกะ อาจทำให้ฟันขุ่นหรือเป็นสีน้ำตาล และหากได้รับปริมาณมาก สะสมทุกวันอาจทำให้เกิดอันตรายแก่ร่างกายได้ ดังนั้น ปริมาณฟลูออไรด์ที่แนะนำสำหรับผลิตยาสีฟันเด็กที่มีฟันน้ำนมแล้ว คือไม่เกิน 1000ppm

สำหรับยาสีฟันผู้ใหญ่สามารถใช้ปริมาณฟลูออไรด์ได้ตั้งแต่ 1,000-1,500 ppm ( อ้างอิงจากประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนด ชื่อ ปริมาณ และเงื่อนไขของวัตถุที่อาจใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอาง พ.ศ. 2561 กำหนดการใช้ Sodium Fluoride ในผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปาก ให้มีปริมาณรวมไม่เกิน 0.11% )

2. รสชาติ

เด็กๆมักชอบรสชาติยาสีฟันที่ดูหวานหอม ไม่เหมือนในยาสีฟันผู้ใหญ่ที่มักมีกลิ่นและรสชาติที่แรงขึ้น ยาสีฟันผู้ใหญ่มักเป็นกลิ่นสมุนไพรไทย หรือ มีความเย็นและเผ็ดเกินไปสำหรับเด็ก หากสร้างแบรนด์ยาสีฟันเด็กต้องเลือกรสชาติและกลิ่นที่ทำให้เด็กแปรงฟันได้อย่างมีความสุขมากขึ้น เพื่อเด็กจะได้ให้ความร่วมมือในการแปรงฟันกับคุณพ่อคุณแม่ สำหรับผู้สร้างแบรนด์ยาสีฟัน ต้องทราบว่ายาสีฟันเด็กนั้น ไม่ควรมีส่วนผสมของน้ำตาล เพราะอาจจะทำให้เกิดฟันผุ จึงควรหลีกเลี่ยงและไปใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาล เช่น หญ้าหวาน, Sorbitol, Xilytol, Sodium Saccharin ค่ะ ส่วนเรื่องกลิ่นควรเลือกแบบที่เด็กชอบ กลิ่นยอดนิยมคือสตรอเบอร์รี่ องุ่น ส้ม และแอปเปิ้ล ซึ่งส่วนผสมที่ใช้ต้องได้รับการรับรองว่าปลอดภัยสำหรับเด็ก ควรหลีกเลี่ยงกลิ่นและรสชาติที่เด็กไม่ชอบ แบบในยาสีฟันผู้ใหญ่ เช่น มิ้นต์ เมนทอล และสมุนไพรที่รสจัด

3. ปริมาณการใช้

เด็กควรบีบยาสีฟันสำหรับเด็กบนหน้าแปรงเท่ากับเม็ดถั่วเขียวหรือไม่เกินครึ่งเซนติเมตร และผู้ใหญ่ควรดูแลเด็กๆขณะแปรงฟัน และสอนไม่ให้เด็กกลืนยาสีฟัน ส่วนของผู้ใหญ่สามารถใช้บีบเต็มหน้าแปรงสีฟันได้ค่ะ

4. ส่วนผสมที่ใช้ในยาสีฟัน

เนื่องจากหน้าฟันของเด็กๆยังบางและไม่แข็งแรงพอเท่ากับฟันผู้ใหญ่ ดังนั้นสารที่ใช้เป็นส่วนผสมเพื่อผลิตยาสีฟันเด็กที่ต้องคนสร้างแบรนด์ยาสีฟันเด็กควรคำนึงถึงคือสารขัดฟัน และสารฟอกฟันค่ะซึ่งสารที่ควรหลีกเลี่ยงอย่างเด็ดขาด ได้แก่ สารฟอกสีฟัน ( Hydrogen Peroxide) และผงขัดพวก calcium carbonate นอกจากนี้หากผลิตยาสีฟันเด็กควรใช้สูตรที่ปราศจากวัตถุกันเสีย, SLS, SLES, สีสังเคราะห์ หรือสารสังเคราะห์ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการระคายเคืองช่องปากเด็กๆค่ะ

5. บรรจุภัณฑ์และกล่อง

การออกแบบลวดลายบรรจุภัณฑ์ หรือหลอดยาสีฟันเด็กเป็นส่วนหนึ่งที่สามารถสร้างความดึงดูดความสนใจของเด็กๆได้ ทำให้เด็กๆสนใจในการแปรงฟันมากขึ้น ในฐานะผู้ผลิตยาสีฟันเด็ก ควรออกแบบโดยใช้สีสันสดใส ลวดลายการ์ตูน รวมไปถึงการออกแบบกล่องก็เช่นกัน ควรบอกสรรพคุณและควรบอกอายุที่เหมาะสมในการใช้ยาสีฟันนั้นๆ ว่าเหมาะสมสำหรับใช้ได้กับช่วงอายุเท่าไหร่ เช่น 3-6 ปี, 6-12 ปี เป็นต้น รวมไปถึงบอกปริมาณฟลูออไรด์ที่ชัดเจน เพื่อความสบายใจของผู้ปกครองที่จะเลือกซื้อยาสีฟันเด็กให้ลูกหลาน ส่วนยาสีฟันผู้ใหญ่นั้น อาจจะออกแบบให้ดูน่าเชื่อถือ บ่งชี้สรรพคุณที่ช่วยแก้ปัญหาช่องปากในเรื่องต่างๆ เพราะในวัยผู้ใหญ่มักเลือกใช้ยาสีฟันที่ช่วยแก้ปัญหาที่แตกต่างกันของแต่ละบุคคล เช่น ช่วยดับกลิ่นปาก, ช่วยลดคราบบุหรี่ ชา กาแฟ, หรือช่วยดูแลเหงือก ลดอาการเสียวฟัน เป็นต้น

ทั้งหมดนี้คือข้อควรรู้เกี่ยวกับยาสีฟันเด็กกับยาสีฟันผู้ใหญ่ ผู้เขียนหวังว่าจะเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่กำลังจะสร้างแบรนด์ยาสีฟันและคนที่เลือกใช้ยาสีฟันทั่วไป แต่ที่สำคัญทุกคนควรดูแลช่องปากอย่างสม่ำเสมอ แปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้งอย่างถูกวิธี ที่เหมาะสมกับแต่ละช่วงวัย เพื่อสุขภาพปากและฟันที่ดีของคนทั้งครอบครัวค่ะ

สินค้าแนะนำ

ยาสีฟันเด็ก
ยาสีฟันเด็ก Kiddy Toothpaste

ขอบคุณข้อมูลจาก
R&D ณัฎฐพัฒน์ ทองยิ้ม, R&D สมสกุล ทั่งจ้อย

ขอบคุณภาพจาก shutterstock.com , freepix.com

Writen by : Jaruda S.

Sources 1

Categories
เครื่องสำอางค์

ข้อควรรู้เกี่ยวกับการผลิตเครื่องสำอางเด็ก

ปัจจุบันเครื่องสำอางเด็กได้รับความนิยมมากขึ้น เนื่องจากกิจกรรมที่ส่งเสริมการแสดงออก ไม่ว่าจะกิจกรรมในโรงเรียนที่มีกิจกรรมแต่งตัวงานปาร์ตี้ หรือเต้นรำ หรือกิจกรรมการประกวดร้องเพลง การประกวดดนตรีต่างๆ ทำให้เด็กๆจำเป็นต้องใช้เครื่องสำอางเพื่อความสวยงาม แต่ผู้ปกครองส่วนใหญ่มักมีความกังวลถึงความปลอดภัย ในการใช้เครื่องสำอางสำหรับผู้ใหญ่กับผิวหน้าเด็ก จึงมองหาผลิตภัณฑ์ดีๆที่เหมาะสมและปลอดภัยสำหรับเด็กกันมากขึ้น นาทีนี้จึงนับเป็นโอกาสสำหรับนักสร้างแบรนด์เครื่องสำอางที่จะเจาะกลุ่มเครื่องสำอางเด็ก  วันนี้วธูธรจำพาทุกท่านมาทำความเข้าใจในการสร้างเครื่องสำอางเด็กว่ามีข้อควรรู้อะไรบ้าง ตามมาอ่านกันเลยค่ะ

ผิวเด็กบอบบาง ไม่เหมือนผู้ใหญ่

เครื่องสำอางทั่วไปที่จำหน่ายตามท้องตลาด คิดค้นมาเพื่อผิวหนังของผู้ใหญ่ มีปริมาณสารเคมีที่เหมาะสมสำหรับผิวของผู้ใหญ่ แต่ปริมาณเหล่านั้นไม่เหมาะสมกับผิวเด็กผู้ใหญ่ใช้อาจไม่เกิดการแพ้หรือระคายเคือง แต่เด็กอาจจะเกิดอาการแพ้ เกิดผื่นแดง ผิวระคายเคือง หากสะสมอาจจะทำให้เกิดภูมิแพ้ได้ ผู้ใหญ่จึงควรให้ความสำคัญ เลือกใช้ผลิตภัณฑ์สำหรับเด็กค่ะ

สารเคมีที่ไม่ควรใช้กับเครื่องสำอางเด็ก

Paraben หรือ พาราเบน เป็นสารกันเสียที่ใส่ในเครื่องสำอาง สามารถต้านการเจริญเติบโตเชื้อจุลินทรีย์และเชื้อราได้ดี แต่มีข้อมูลว่าเจ้าพาราเบนนี้ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงฮอร์โมนทั้งเพศชายและหญิงได้ อาจนำไปสู่โรคร้ายอย่างมะเร็งเต้านม แต่ทั้งนี้ยังไม่มีข้อมูลสรุปแน่ชัดถึงผลเสียของการใช้พาราเบนในปริมาณเล็กน้อย และพาราเบนก็ได้รับการรับรองให้ใช้ได้ในกระทรวงสาธารณสุขบ้านเรา เช่น Methyl Paraben ไม่เกิน 0.4% และ Prophyl Paraben ไม่เกิน 0.14% เป็นต้น ดังนั้นในแง่ของการทำตลาดผลิตภัณฑ์สำหรับเด็ก เราจึงควรหลีกเลี่ยงสารพาราเบน เพื่อความสบายใจของผู้บริโภค เพราะเมื่อมีคำว่า Paraben Free พ่อแม่มักเลือกซื้อมากกว่าผลิตภัณฑ์ที่ผสมพาราเบนให้ลูก จริงไหมคะ?

Silicone หรือ ซิลิโคน เป็นสารเคมีที่มักใส่ในครีมทาผิว ทำให้เกิดการนุ่มลื่น ใช้งานง่าย หากใช้เป็นเวลานานอาจเกิดการสะสมจนทำให้ผิวหนังอุดตัน เกิดการระคายเคืองหรือสิวได้ จึงไม่เหมาะสมกับการใช้ในเครื่องสำอางเด็ก


Propylene Glycol  หรือ โพรไพลีน ไกลคอล คือสารเคมีที่ช่วยเรื่องการหล่อลื่น นิยมใส่ในผลิตภัณฑ์ในครีมหรือเจลเพื่อเพิ่มความนุ่ม ลื่น ใช้งานง่าย รวมถึงเป็นตัวละลายทำให้เนื้อครีมมีความเสถียร เมื่ออุณหภูมิเปลี่ยนแปลงไป ทั้งยังสามารถช่วยกักเก็บความชุ่มชื้นลดการเสียน้ำในผิว แต่การใช้ปริมาณสูงเกิน 5% อาจทำให้เกิดอาการแสบร้อนระคายเคืองได้ จึงไม่เหมาะสมกับการใช้ในเครื่องสำอางเด็ก

Triethanolamine (TEA) หรือไตร เอทาโนลาไมน์ คือสารเคมีที่นิยมใช้ในกลุ่มเครื่องสำอางทำความสะอาด กลุ่มชำระล้าง เป็นสารที่มีฤทธิ์กัดกร่อน ซึ่งอาจจะทำให้เกิดการระคายเคืองในผิวที่บอบบาง เช่นผิวเด็ก จึงไม่เหมาะสมใช้ในเครื่องสำอางสำหรับเด็ก

4 สัญญาณอันตรายจากการใช้เครื่องสำอางผู้ใหญ่กับผิวหน้าเด็ก

หากเด็กๆใช้เครื่องสำอางแล้วเกิดอาการเหล่านี้ ผู้ปกครองควรหยุดการใช้แล้วพาไปพบแพทย์นะคะ

  1. ผิวมีผื่นแดง

ผิวจะมีผื่นแดงเป็นเม็ดเล็กๆ ทำให้เกิดอาการแสบคัน อาจเกาจนผิวถลอก หากเกิดอาการนี้ควรล้างออกด้วยน้ำสะอาดทันที

2. มีสิวขึ้น

อาจจะเกิดจากปิโตรเลี่ยมออยล์หรือซิลิโคน เกิดจากผิวเกิดอาการอุดตัน ควรดูแลทำความสะอาดมากขึ้น หากไม่หายควรนำไปพบแพทย์ค่ะ

3. คันตาหรือตาแดง

การใช้เครื่องสำอางเช่น อายชาโดว์ มาสคาร่า อายไลเนอร์ กับตาเด็กๆ มักผสมสีและสารเคมีอาจให้การระคายเคือง และติดเชื้อ มีอาการคัน ตาแดง จนไปถึงกระจกตาเป็นแผลได้

4. ปากแห้ง ปากลอก

การทาลิปสติกผสมสีและมีสารเคมี มักทำลายความชุ่มชื้นของปากเด็ก ทำให้ปากเด็กๆแห้งและลอก จนอาจจะเลือดไหลได้

หากต้องผลิตเครื่องสำอางเด็กต้องเลือกส่วนผสมอย่างไร?

ต้องเลือกส่วนผสมเน้นมาสารสกัดจากธรรมชาติ ไม่อันตราย เช่น น้ำมันมะพร้าว เชียร์บัตเตอร์ สีผึ้ง น้ำมันรำข้าว ว่านหางจระเข้ เป็นต้น ที่มีการรับรองว่าปลอดภัยสำหรับเด็ก สามารถผลิตเครื่องสำอางเด็กได้ไม่ว่าจะเป็น พาเลท อายชาโดว์ทาตา บลัชออนปัดแก้ม ครีมบำรุงผิว หรือลิปสติก เป็นต้น

หากสนใจสร้างแบรนด์เครื่องสำอางเด็ก สามรถติดต่อแอดมินเพื่อปรึกษาการสร้างแบรนด์ได้ที่ช่องทางด้านล่างนี้ค่ะ

สินค้าแนะนำ

Lip Tint
Sassy Lip Tint
KIDDY BABY LOTION
Natural Head To Toe Baby Wash

หากสนใจสร้างแบรนด์เครื่องสำอางเด็ก สามารถติดต่อแอดมินเพื่อปรึกษาการสร้างแบรนด์ได้ที่ช่องทางด้านล่างนี้ค่ะ

เพิ่มเพื่อน

ขอบคุณภาพจาก Shutterstock.com

Writen by Jaruda S.

SOURCES
1 2

Categories
เครื่องสำอางค์

เปิดห้องปฏิบัติการเซ็นทรัลแล็บไทย D.I.Y. COLOR COSMETIC BY วธูธร

เปิดห้องปฏิบัติการเซ็นทรัลแล็บไทย
D.I.Y. COLOR COSMETIC BY วธูธร
สถานที่ SCB Business Center สาขาเซ็นทรัลเวิลด์
วันเสาร์ที่ 24 สิงหาคม 2562 เวลา 12.30 – 17.30 น.


 

กิจกรรม​ Work Shop​ ทำ​ Colour Cosmetics บลัชออน​ คุชชั่น​ ลิปแมท​ โดยผู้เชี่ยวชาญ​ด้านวิทยาศาสตร์​เครื่องสำอางจากโรงงานผลิตเครื่อง​สำอาง​วธูธร


สานฝันให้ผู้สนใจเป็นเจ้าของแบรนด์ได้​ทดลองเป็นผู้ผลิตเอง! พร้อมเติมความรู้เกี่ยวกับมาตรฐานเครื่องสำอาง โดยเซ็นทรัลแล็บไทย

ติดต่อสอมถามได้ที่
Tel : 098-249-0665 (ส่วนพัฒนาธุรกิจภาครัฐ)
Line : cltbd2019

กรอกลงทะเบียน : https://forms.gle/gRkzG3unnYf2TDyx8

Categories
เครื่องสำอางค์

7 เทคนิคเล่นกับความกลัวที่เร่งให้คนตัดสินใจซื้อ

หากเราอยากขายของให้ไวขึ้น อยากขายสินค้าออกให้ขายหมดเร็วๆ เราจะทำอย่างไรเพื่อกระตุ้นความอยากของลูกค้าให้ซื้อทันทีกันนะ?  ปัจจุบันการตัดสินใจซื้อสินค้าแต่ละอย่าง ไม่ใช่แค่เพียงความชอบ ราคา และโปรโมชั่นเท่านั้น แต่การปรับเปลี่ยนมุมมองของลูกค้าที่มีต่อสินค้าของเรานั้นคือสิ่งที่สำคัญที่สุด เพราะฉะนั้นเราควรหาจุดกระตุ้นที่จะทำให้ลูกค้าเลือกและตัดสินใจซื้อสินค้าของเราอย่างรวดเร็ว วันนี้วธูธรนำ 7 เทคนิคเล่นกับความกลัว มาให้ผู้อ่านใช้เพื่อเร่งให้คนตัดสินใจซื้อของคุณมากขึ้น ว่าแล้วมาดูกันเลย…
                ความกลัวในที่นี้เราจะหมายถึง Fear of Missing Out หรือกลัวพลาดนั่นเอง..แน่นอนค่ะว่าในฐานะของผู้บริโภคย่อมกลัวจะพลาดของดีราคาโดนใจและสิทธิพิเศษต่างๆ และนี่ก็คือเทคนิคสำคัญของเจ้าของแบรนด์ที่จะสร้างความรู้สึกนี้ให้ลูกค้า ให้เกิดการตัดใจซื้อได้ …  7 เทคนิคที่เร่งให้คนตัดสินใจซื้อมีดังนี้ค่ะ

กลัวไม่ทันเวลา

               เทคนิคการจัดโปรโมชั่นแบบแสดงระยะเวลาจำกัด หรือ ระยะเวลาที่เร่งด่วน เช่น 7 วันสุดท้าย หรือ 12 ชม. และเทคนิคนี้มักพบบ่อย เป็นเทคนิคที่มีประสิทธิภาพสูง เพราะเป็นการกระตุ้นที่ทำให้ผู้ซื้อต้องเร่งรีบในการตัดสินใจก่อนจะหมดเวลาแห่งโปรโมชั่นพิเศษนี้ เป็นอีกหนึ่งเทคนิคแรงจูงใจยอดนิยมสำหรับนักการตลาดทุกคนเลยค่ะ ตัวอย่างที่เห็นได้ชัดเช่น เว็ปไซต์ Agoda ที่มักขึ้นข้อความว่า เหลือ 1 ห้องสุดท้าย! หรือ เว็ปไซต์คอร์สเรียนการตลาดต่างๆที่ขึ้นตัวเลขนับถอยหลัง หรือ เหลือจำนวนที่นั่งเพียง 3 ที่นั่งเท่านั้น! เทคนิคนี้เจ้าของแบรนด์อาจจะมาปรับใช้กับการขายสินค้าตัวเองก็ได้นะคะ

กลัวคนอื่นซื้อไปก่อน

               เทคนิคการขายแบบจำนวนจำกัดรับเฉพาะ 10 คนเท่านั้น คือการที่สินค้าสุดพิเศษนี้จะมีเพียงคนกลุ่มนี้เท่านั้นที่ได้ไปครอบครอง หากตัดสินใจช้าจะพลาดการเป็น 1 ใน 10 ลูกค้าสุดพิเศษกับสินค้าที่มีจำนวนจำกัดค่ะ เช่น วธูธรจัดสินค้าสูตรพิเศษ รับเฉพาะ 10 แบรนด์เท่านั้นที่มีสิทธิเลือกสร้างแบรนด์ สูตรนี้

กลัวไม่ได้เป็นคนแรก

               เทคนิคนี้บอกว่า คนแรกจะได้สิทธิพิเศษมากกว่าคนอื่น  First Come – First Serve เช่น 10 คนแรกจะเป็นสมาชิกฟรี พร้อมรับส่วนลด 10% ตลอดทั้งปี เป็นกลยุทธ์ที่เรามักจะเห็นได้บ่อยๆไม่แพ้กลยุทธ์อื่น การให้ส่วนลดหรือสินค้าฟรียังคงเป็นวิธีที่ยอดนิยมเสมอ และเจ้าของแบรนด์อาจจะได้ยอดตามเป้าที่ตั้งไว้อย่างรวดเร็วจากเทคนิคนี้

กลัวไม่ได้ของแถม

              เป็นเทคนิคยอดนิยมอย่างล้นหลามสำหรับกลุ่มลูกค้าที่ชอบซื้อของออนไลน์ กับเทคนิคของแถมมีจำนวนจำกัด หมดแล้วหมดเลย หรือซื้อสินค้าวันนี้แถมส่งฟรีในช่วงนี้เท่านั้น โดยการระบุกำหนดระยะเวลาการส่งฟรี เพื่อเป็นการกระตุ้นให้ลูกค้าตัดสินใจง่ายและเร็วขึ้น

กลัวของหมด

            เชื่อว่าการใช้เทคนิคสินค้าสินค้ามีจำนวนจำกัด เช่น รับออร์เดอร์แค่ 100 ชิ้น เท่านั้นและไม่เปิดรับอีกแล้ว เทคนิคนี้เป็นอีก 1 การกระตุ้นให้ลูกค้ายิ่งต้องการมากกว่าเดิม หรือเจ้าของแบรนด์อาจจะปรับใช้จัดโปรโมชั่น สินค้าล้อตนี้ราคาพิเศษนี้ หมดแล้วหมดเลย

กลัวพลาดสิ่งสำคัญ

               เทคนิคนี้เรียกว่ายิ่ง Rare Items ยิ่งน่าจับจองอยากเอาชนะเพื่อเป็นเจ้าของ กับการใช้คำว่า Limited Edition หรือ ใช้ประโยคที่ว่า ถ้าคุณไม่ทำคุณจะพลาด เช่น ถ้าไม่คลิกซื้อสินค้าตอนนี้ อีเมล์ที่คุณลงทะเบียนจะพลาดโปรโมชั่นนี้ทันที จิตวิทยาของการขายเทคนิคนี้ผู้ซื้อทุกคนย่อมแพ้คำว่า Limited Edition ใครๆก็อยากจะเป็นเพียงคนเดียวที่ได้ครอบครองสินค้าสุดสำคัญนี้…จริงไหมละคะ

กลัวพลาดอีกรอบ 

               สินค้าขายดิบขายดีโปรดติดตามโปรโมชั่นนี้ในรอบต่อไปนะจ้ะ ซึ่งเทคนิคนี้แนะนำว่าให้บอกลูกค้าไปเลยว่า ของหมดแล้ว โปรโมชั่นหมดแล้ว ที่นั่งเต็มแล้ว พอจัดโปรโมชั่นหรือปล่อยสินค้าใหม่รอบหน้า พวกเขาจะไม่พลาดที่จะซื้อ เพราะเสียดายที่คราวก่อนพลาดไป ยิ่งทำให้สินค้าของคุณนั้นเป็นสินค้าที่มีคุณค่า ทำให้ลูกค้าใจจดจ่อในการรอซื้อของรอบหน้าแน่นอนค่า

               ทั้งหมดนี้ คือ 7 เทคนิคการกระตุ้นยอดขายทำการตลาดกับกลุ่มผู้บริโภคเรื่องของการตัดสินใจซื้อสินค้าได้ง่ายและรวดเร็วขึ้น แถมทั้ง 7 เทคนิคนี้ยังช่วยเพิ่มมูลค่าของสินค้าให้ดูมีคุณค่าและน่าตัดสินใจซื้ออย่างมากที่สุดแบบที่เราเองก็ไม่ต้องลดราคาสินค้า แต่มอบเป็นการสมนาคุณสุดพิเศษให้กับผู้บริโภคแทน แค่นี้ผู้บริโภคก็อยู่กับแบรนด์เราอีกยาวนานแบบไม่นอกใจแบรนด์ของคุณเลยละค่ะ


Written by : Kanyapat P.
Photo by : Shutterstock, Freepik

Categories
เครื่องสำอางค์

แจกเคล็ดลับความสวย 3 ฮีโร่ตัวแม่ Avengers

          ถ้าพูดถึงเหล่าซุปเปอร์ฮีโร่จากค่ายมาร์เวล ไม่มีใครไม่รู้จักทีม Avengers ที่เรียกได้ว่ามีฐานแฟนคลับทั่วโลก โดยเฉพาะประเทศไทยบ้านเรา และตอนนี้หนังภาคสุดท้ายอย่าง Avengers Endgame เป็นหนังที่ทุกคนให้ความสนใจอย่างมาก เรียกได้ว่าทุกกระแสต้องพูดถึง Avengers Endgame กันอย่างล้นหลาม
ถึงขั้นคอสเพย์ตามตัวละครที่แต่ละคนชื่นชอบ ไม่ว่าจะเป็น กัปตันอเมริกา, กัปตันมาร์เวล, ไอรอนแมน และตัวละครอื่นๆอีกมากมาย
 
         วันนี้เราจะมาแนะนำการดูแลผิวให้สวยแบบธรรมชาติของเหล่า 3 สาวซุปเปอร์ฮีโร่ ที่เรียกได้ว่าถ้าทำตามนี้จะสวยได้แบบฮีโร่คนสวยของเราอย่างแน่นอน

Black Widow : Scarlett Johansson

(ขอบคุณรูปภาพ : https://www.inverse.com/article/54981-black-widow-avengers-endgame-retrospective)
          เริ่มต้นที่ฮีโร่สุดเซ็กซี่คนแรกกับ Black Widow อดีตสายลับสุดโหด หรือ Scarlett Johansson ที่บอกเลยว่าไม่ว่าจะกี่ปีผ่านไป เธอก็ยังคงความสวยได้ไม่เปลี่ยนแปลง และเคล็ดลับความสวยของเธอนั้นมาจากสกินแคร์บำรุงผิวหน้านั่นเอง โดยเธอเลือกใช้คลีนเซอร์และสกินแคร์ที่มีความอ่อนโยนต่อผิวหน้าเพราะเชื่อว่าดีต่อสุขภาพของผิว
นอกจากนี้เธอยังใช้ครีมบำรุง แบบ age-defying หรือลดริ้วรอยก่อนวัย พร้อมทั้งยังมี SPF เพื่อกันแดดด้วยนะจ้ะ เรียกได้ว่าเธอดูแลผิวดีตั้งแต่ขั้นตอนแรก อยากสวยแบบสาวสการ์เล็ตลองทำตามดูนะคะ

Scarlet Witch : Elizabeth Olsen

(ขอบคุณรูปภาพ : https://www.inverse.com/article/54981-black-widow-avengers-endgame-retrospective)
          สาวสวยคนต่อมาคือ Scarlet Witch สาวทรงพลังผู้ควบคุมการร่ายมนต์ หรือ Elizabeth Olsen ที่เป็นอีก 1 สาวที่ความสวยแบบทรงพลังสมกับบทบาทที่เธอได้รับจริงๆ เธอมีเคล็ดลับความสวยที่เรียกได้ว่าเข้มงวดมากโดยเฉพาะกับผิวหน้าเพื่อความสวยของเธอ นั่นก็คือ เธอจะไม่ล้างหน้าจนกว่าเหงื่อจะออก และไอเทมที่เธอพกติดตัวไว้เสมอนั่นก็คือ ครีมทารอบดวงตา นั่นเอง เพราะงานของเธอทำให้การนอนหลับไม่ตรงเวลา เธอจึงต้องพกครีมบำรุงนี้ไว้เสมอ เพื่อให้รอบดวงตาดูสดใสพร้อมที่จะแต่งหน้าเสมอ
          นอกจากทาครีมบำรุงรอบดวงตาแล้ว อย่าลืมนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอด้วยนะคะ

Captain Marvel : Brie Larson

(ขอบคุณรูปภาพ : https://movieweb.com/captain-marvel-box-office-avengers-endgame-opening-weekend/)

          มาถึงคนสุดท้ายซุปเปอร์ฮีโร่สาวน้องใหม่ไฟแรงจากค่ายมาเวล Captain Marvel หรือ Brie Larson เรียกได้ว่าเป็นซุปเปอร์ฮี่โร่ที่แกร่งไปด้วยพลังมหาศาล แถมหุ่นยังเพอร์เฟคมากเข้ากับชุดฮีโร่ของเธอ เห็นแบบนี้กว่าที่สาวบรีจะเป็นกัปตันมาร์เวลได้ เธอต้องออกกำลังกายฟิตหุ่นถึง 9 เดือน! หลังจากฝึกฝนตามโปรแกรมออกกำลังกายอย่างหนักสาวบรีถึงกับสามารถเข็นรถยนต์ขนาด 5,000 ปอนด์ได้เลยทีเดียว และเป็นกัปตันมาร์เวลที่มีหุ่นเฟิร์มสวยจนมาถึงทุกวันนี้ค่ะ
          แม้สาวบรีจะไม่ได้มีเคล็ดลับดูแลความสวยในเรื่องของผิวหน้าหรือผิวกายมาก แต่การกินอาหารที่มีประโยชน์ของเธอและการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอก็สร้างความสวยจากภายในสู่ภายนอก เหมือนที่เราเห็นผิวสวยของเธอจากในหนังกันอย่างทุกวันนี้

เป็นอย่างไรบ้างคะสำหรับความสวยของ 3 ฮีโร่สาวสวย จาก Avengers Endgame หากอยากสวยแบบ 3 ฮีโร่สาวจากค่ายมาร์เวลเพียงทำตามเคล็ดลับความสวยและเลือกผลิตภัณฑ์ของวูธรสิคะ เพราะผลิตภัณฑ์ของวธูธรสามารถตอบโจทย์ผิวทุกความต้องการของสาวๆ หรือหากใครสนใจอยากสร้างแบรนด์ความสวยแบบมาร์เวล สามารถติดต่อสอบถามได้ >>>>Line@<<<< ได้เลยค่ะ

Writen By : Kanyapat P.
Photo By : Kisspng

Categories
เครื่องสำอางค์

ผลิตแล้ว…ตั้งราคาไม่เป็น!มาดู…วิธีตั้งราคาเครื่องสำอางฝากขายหรือเข้าห้างแบบง่ายๆกัน

ผลิตแล้ว…ตั้งราคาไม่เป็น!
มาดู…วิธีตั้งราคาเครื่องสำอางฝากขายหรือเข้าห้างแบบง่ายๆกัน
 

  • อยากเป็นเจ้าของธุรกิจเครื่องสำอาง อยากผลิตเครื่องสำอางส่งขายเข้าห้าง Hyper Market หรือ เข้า Modern Trade ผลิตเสร็จแล้ว…เอาละสิ ทราบแต่ต้นทุน แล้วจะคิด GP เข้าห้างอย่างไร? คิดราคาขายบนชั้นวางบนห้างเท่าไหร่? ปัญหาพวกนี้รับประกันว่าหลายๆคน คงเคยเป็นกังวลทั้งก่อนและหลังสร้างแบรนด์ใช่มั้ยละคะ วันนี้วธูธรใจดีมีวิธีคิดและสูตรคำนวณง่ายๆ ย้ำ! ว่าง่ายมากๆมาฝากค่ะ

สูตรการคำนวณคิดจาก GP

โดยทั่วไป GP เข้าห้างสรรพสินค้า หรือ Hyper Market จะอยู่ประมาณ 35-40 %
 ถ้าอยากเข้า EVEANDBOY จะอยู่ที่ประมาณ 50%

ถ้าร้านเครื่องสำอางทั่วไปอาจจะอยู่สัก 30%-40% ค่ะ

เมื่อเราทราบ GP แต่ละร้านที่เราจะเข้าไปขายแล้ว เราใช้สูตรคำนวณดังนี้

หาก GP 40% ล่ะ? คิดอย่างไร ?

สมมติต้นทุนสินค้าเราที่เราบวกกำไรของเราก่อนเข้าห้างแล้วคือ 180 บาท 

ถ้า GP ห้างนั้นคิดที่ 40%

จำไว้ว่า ราคาขาย = ต้นทุนที่เราบวกกำไรที่เราพอใจก่อนเข้าห้างแล้ว หารด้วย กระจกอีกด้านของ GP

ราคาขาย = 180 หารด้วย 0.60

ราคาขาย = 300 บาท

 สมมติว่าเราจะตั้งราคาเข้า EVEANDBOY เราต้องคิดราคาขาย โดยมีสูตรคิด ดังนี้

กำหนดให้ CP = ต้นทุนที่เราบวกกำไรก่อนเข้าห้างแล้ว SP = ราคาขาย

GP = ส่วนแบ่งฝากขาย (%)
จำว่า *ราคาขาย = ต้นทุน / กระจกอีกด้านของ GP

ตัวอย่าง ทุน 100 บาท GP 50% จะตั้งราคาเท่าไหร่?

ราคาขาย = 200 บาท
 ถ้าร้านที่เราจะเข้า GP สูงสุดอยู่ที่ 50% เราควรจะตั้งราคานี้เป็นราคาตลาดสูงสุดที่เราควรตั้งไว้ทุกตลาดอีกทางหนึ่งถ้าเราเจอสินค้าวางขายในห้าง เราทราบต้นทุน
และต้องการหาว่า GP เท่าไหร่ ลองคิดได้ 
ดังนี้

ใครที่เคยคิดแบบผิดๆ มาคิดใหม่กัน มาดูวิธีคิดราคาเดิมๆที่ทำให้เราเข้าใจผิดกันนะคะ

ทำไมถึงผิด เพราะถ้าเราตั้งราคา 150 บาท เวลาเราลด 50% เท่ากับว่าเราจะขาย 150 -50%  = 75 บาท

ซึ่ง 75 บาทน้อยกว่าราคาทุนคือ 100 บาทของเรา เท่ากับว่าเรา ขาดทุน

ทั้งนี้ วิธีการคิดราคาแบบนี้เป็นเพียงส่วนหนึ่งในการตั้งราคาเพื่อการฝากขายแบบง่ายๆเท่านั้น

ในความเป็นจริง การฝากขายเข้าห้างยังมีค่าใช้จ่ายอื่นๆ อีก ไม่ว่าจะเป็น

ค่าแรกเข้า ค่าตั้ง shelf วางสินค้า ค่าบริหารดูแลสต๊อกสินค้า ฯลฯ

ซึ่งค่าใช้จ่ายเหล่านี้จะแตกต่างกันไปตามนโยบายของแต่ละที่ แต่ละบริษัท

ในฐานะเจ้าของธุรกิจเครื่องสำอาง เราจึงควรศึกษาทำความเข้าใจก่อนตัดสินใจลงทุนและตั้งราคาให้รอบคอบก่อนทำการฝากขาย 

“เราต้องตั้งราคาเพื่อการทำโปรโมชั่นด้วย “

  • จุดนี้ห้ามลืมเด็ดขาด หากเราคิดว่าฝากขายแล้วต้องจัดโปรโมชั่นลด 50% หรือจัดโปรโมชั่น 1 แถม 1 เราต้องเหลือกำไรที่เรารับได้ 

    ต้นทุน CP ที่เราคิดคำนวณ จึงควรบวกกำไรที่เราพอใจ + %เผื่อการทำโปรโมชั่นเอาไว้ด้วย
     **การตั้งราคาเป็นสิ่งที่ต้องละเอียดอ่อนและทำความเข้าใจอย่างมากค่ะ**
     

วธูธร ขอเป็นส่วนหนึ่งในความสำเร็จและเป็นกำลังใจให้คนสร้างแบรนด์เครื่องสำอางทุกท่านนะคะ

cr. Walt Disney

หากลูกค้าวธูธรท่านไหนสนใจศึกษาเกี่ยวกับการตั้งราคาสินค้าเพิ่มเติมอย่างละเอียด

สามารถติดต่อเจ้าหน้าที่เพื่อจองคอร์สการตั้งราคากับเราได้ โดยวัน เวลา สถานที่ จะแจ้งให้ทราบโดยละเอียดอีกครั้งหนึ่ง

ช่องทางจองคอร์สการตั้งราคา หรือ CEO COSMETICS : Operation Masterclass 

สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม คลิก

Source : กระทรวงอุตสาหกรรม 
Writen by Jaruda S.
Photo : Shutterstock