Categories
เครื่องสำอางค์

ทำตามนี้รับรองเห็นผลผิวกระจ่างใสแบบดาราที่ใครเห็นเป็นต้องมอง

หากคุณอยากมีผิวที่ขาวกระจ่างใสอย่างมีออร่าแบบดารา และมีผิวที่ดูเนียนนุ่มชุ่มชื้น ซึ่งวันนี้เรามีเคล็ดลับที่จะทำให้คุณมีผิวที่ออร่าขาวกระจ่างใสมากยิ่งขึ้นได้ด้วยวิธีที่ปลอดภัย และไม่อันตราย อยากรู้ไปดูกันเลย

 1.ดื่มน้ำให้เยอะ ๆ

เป็นผลดีต่อร่างกายเพราะน้ำจะช่วยให้เลือดไหลเวียนดีขึ้น ทำให้ระบบการทำงานต่าง ๆ ภายในร่างกายสมดุลช่วย กำจัดสิ่งสกปรกของเสีย รวมถึงยังช่วยให้ผิวพรรณเปล่งปลั่งอิ่มน้ำและดูชุ่มชื้นและยังช่วยลดรอยเหี่ยวย่น ได้ด้วย หากคุณสังเกตุ จะพบว่าคนที่มีผิวดีอิ่มน้ำ ส่วนใหญ่แล้วจะดื่มน้ำเปล่าอยู่เป็นประจำ และงดเครื่องดื่มที่มีน้ำตาลเพราะนอกจากจะทำให้อ้วนแล้ว ยังทำให้ผิวพรรณไม่สดใสอีกด้วย

2.รับประทานวิตามินซี

จะช่วยให้ผิวกระจ่างใส และยังต่อต้านอนุมูลอิสระซึ่ง จะทำให้ผิว แลดูเรียบเนียนมากยิ่งขึ้น ซึ่งนอกจากการรับประทานวิตามินซีแบบเม็ดแล้ว การรับประทานผลไม้ที่มีรสเปรี้ยวอย่าง มะเขือเทศ ฝรั่ง ส้ม สตอเบอรี่  ก็เป็นผลไม้ที่ทำให้ผิวของคุณสวยใสอย่างมีออร่า

 3.เลือกทาครีมที่ปลอดภัยและมีส่วนผสมของ Whitening

 ครีมในยุคปัจจุบันนี้มีมากมายหลากหลายสูตรซึ่งหากคุณอยากขาวคุณต้องทาครีมที่มีส่วนผสมของ Whitening หลังอาบน้ำทุกวันเช้าเย็น และจะต้องเลือกครีมที่มีประสิทธิภาพดี มีมาตรฐานจากโรงงานรับผลิตครีม ที่มีคุณภาพไม่ก่อให้เกิดอันตรายใช้แล้วเห็นผล

4.ทาครีมกันแดดเป็นประจำ

หากคุณบำรุงผิวถูกวิธีแล้วแต่ยังตากแดดอยู่ รับรองว่าไม่เห็นผลอย่างแน่นอน เพราะแสงแดดจะทำให้จะเป็นตัวการที่ทำให้ผิวหมองคล้ำดูเหี่ยวย่นและมีริ้วรอยก่อนวัยอันควรได้ดังนั้น แนะนำว่าให้ทาครีมกันแดดจากโรงงานรับผลิตครีมที่ได้มาตรฐานเป็นประจำ และทาก่อนออกแดดอย่างน้อย 15 ถึง 20 นาที นอกจากนี้เพื่อประสิทธิภาพของครีมกันแดดที่ดียิ่งขึ้นควรทาซ้ำทุก 2 ชั่วโมง

5.สครับผิวเป็นประจำ

หากคุณอยากมีผิวที่ขาวกระจ่างใสดูเนียนนุ่มลื่นน่าสัมผัส คุณจะต้องขจัดเซลล์ผิวเก่าที่ตายแล้วออกโดยการสครับผิวอย่างน้อยอาทิตย์ละ 2 ครั้ง เพื่อที่จะทำให้ผิวของคุณดูกระจ่างใสมากยิ่งขึ้น แต่หากว่าคุณเป็นคนผิวแห้งแนะนำว่าให้สครับผิวสัปดาห์ละ 1 ครั้งก็เพียงพอหลังจากสภาพผิวเรียบร้อยแล้วให้ทาครีมบำรุงผิวที่มีส่วนผสมของ Whitening ที่มาจากโรงงานรับผลิตครีมที่ได้คุณภาพรับรองว่าผิวของคุณจะเปลี่ยนแปลงดูกระจ่างใสมากยิ่งขึ้น

หากคุณทำตามเคล็ดลับทั้ง 5 ข้อนี้ รับรองได้ว่าผิวของคุณจะขาวใสอย่างมีออร่ามากยิ่งขึ้น แต่ทั้งนี้จะต้องดูแลผิวเป็นประจำอย่างต่อเนื่องสม่ำเสมอ เพื่อทำให้ผิวของคุณขาวใสอย่างเป็นธรรมชาติ และไม่หมองคล้ำ และควรหลีกเลี่ยงแสงแดดจัดซึ่งเป็นตัวการร้ายทำลายผิว

Categories
เครื่องสำอางค์

ตื่นมาสวยปิ้งผิวหน้าอิ่มน้ำกู้ผิวหน้าโทรมง่าย ๆ ด้วย Sleeping Mask

สาว ๆ ทุกคนอยากตื่นนอนมาแล้วผิวหน้าอิ่มน้ำ ผิวหน้าแลดูสดใส ไม่หมองคล้ำ และอยากให้ผิวหน้าดูเปล่งปลั่งอย่างเป็นธรรมชาติ ตื่นมาแล้วสวยเลย ไม่ต้องปรุงแต่งใด ๆ ซึ่งเรามีตัวช่วยดี ๆ ในการบำรุงผิวหน้า ที่ทาก่อนนอนหรือที่เรียกกันว่า sleeping mask ซึ่งเป็นผลิตภัณฑ์ที่คิดค้นมาเพื่อช่วยให้สาว ๆ มีใบหน้าที่ขาวกระจ่างใส เติมความชุ่มชื้นให้กับผิว ช่วยลดเลือนริ้วรอยและช่วยลดรอยจุดด่างดำได้เป็นอย่างดีอีกด้วย เผยผิวใสให้กับสาว ๆ ที่เพิ่งตื่นนอนมาเหมือนนอนอิ่ม และดูแล้วไม่โทรม ช่วยฟื้นฟูผิวในขณะที่กำลังนอนหลับ และยังไปช่วยแก้ไขปัญหาผิวต่าง ๆ ที่เกิดจากมลภาวะและแสงแดดในตอนกลางวัน นอกจากนี้ sleeking mask ยังช่วยลดเรือนริ้วรอยที่เกิดก่อนวัยอีกด้วย เป็นการบำรุงและซ่อมแซมผิวในช่วงกลางคืนเหมือนสาว ๆ นอนเต็มอิ่มมาครบ 8 ชั่วโมง ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันดีกว่า sleeping mask ดีอย่างไร

1.ช่วยลดเลือนจุดด่างดำเผยผิวหน้าให้ดูใส เปล่งปลั่ง

 สาว ๆ คนไหนที่มีปัญหาในเรื่องของริ้วรอยและจุดด่างดำที่ทำให้ผิวหน้า ดูไม่เรียบเนียน และสีผิวไม่สม่ำเสมอแนะนำว่าให้ทาครีมสลีปปิ้งมาร์คก่อนนอนทุกคืน แล้วจะต้อง เลือกผลิตภัณฑ์จากโรงงานรับผลิตเครื่องสำอาง ที่มีคุณภาพเท่านั้นเพื่อให้เห็นผลลัพธ์อย่างชัดเจน และยัง ไม่ก่อให้เกิดอันตรายอีกด้วย เพราะหากใช้ผลิตภัณฑ์ที่ไม่มีคุณภาพจะทำให้ใบหน้าของสาว ๆ เกิดปัญหาผิวอื่น ๆ ตามมาได้

2.เพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิว

การทา sleeping mask เป็นประจำก่อนนอนเหมือนกับเป็นการเติมน้ำให้กับผิว เพราะว่าในระหว่างวันคุณจะต้องเจอกับมลภาวะแสงแดด ซึ่งจะทำให้ผิวมีความหมองคล้ำหรือใบหน้า ไม่สดใสการใช้สลิปปิ้งมาร์คจะช่วยให้ผิวผ่อนคลาย ดูอิ่มน้ำตื่นมาแล้วเหมือนนอนเต็มอิ่มครบ 8 ชั่วโมง และควรเลือกสลิปปิ้งมาร์คจากโรงงานรับผลิตเครื่องสำอางที่ผ่านมาตรฐานอย. เพราะการันตีได้ถึง คุณภาพที่ดีและความปลอดภัย

 3.ช่วยให้ผิวหน้าขาวกระจ่างใส

การใช้สลิปปิ้งมาร์คเป็นประจำทุกคืน ตื่นมาจะทำให้ผิวหน้าดูชุ่มชื้นมีน้ำมีน้ำมีนวล และยังช่วยให้ผิวของคุณขาวขึ้นอย่างเป็นธรรมชาติอีกด้วย ทั้งนี้แนะนำว่าควรบำรุงผิวด้วย ครีมทาหน้าที่เหมาะกับสภาพผิว ก่อนการใช้สลิปปิ้งมาร์ค เพื่อให้ผลลัพธ์ที่ดีมากยิ่งขึ้น

 ดังนั้นหากคุณ อยากมีผิวหน้าสวยใสตื่นมาแล้วดูอิ่มน้ำ แนะนำให้เลือกsleeping mark จากโรงงานที่รับผลิตเครื่องสำอาง ที่มีความอ่อนโยน ไม่ก่อให้เกิดการแพ้หรือระคายเคือง และใช้แล้วปลอดภัยเห็นผลชัดเจน

Categories
เครื่องสำอางค์

เทรนด์การแต่งหน้ายุคใหม่ที่ควรรู้ก่อนเข้าโรงงานรับผลิตเครื่องสำอาง

ความสวยความงามอยู่คู่กับผู้หญิงมาทุกยุคทุกสมัย ตั้งแต่ในอดีตที่มีการนำเปลือกไม้มาฝนกลายเป็นเครื่องสำอางแต่งหน้า จนกระทั่งในยุคปัจจุบันนี้ เครื่องสำอางก็ยังมีบทบาท ที่ช่วยส่งเสริมให้ผู้หญิงดูสวยงามเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้น ดังนั้นเคล็ดลับ ในการแต่งหน้า ให้สวย นั่นก็คือจะต้องเลือกใช้เครื่องสำอางที่ดีมีคุณภาพและไม่มีสารที่เป็นอันตราย ดังนั้นก่อนที่คุณจะผลิตคอสเมติค จากโรงงานรับผลิตเครื่องสำอาง  จะต้องดู ศึกษากระแสและเทรนด์การแต่งหน้าในยุคนี้ว่าอะไรคือสิ่งที่นิยม และเทรนด์ไหนกำลังมาแรงเพื่อจะทำให้คุณ ได้ผลิตเครื่องสำอาง ออกมาตรงใจกับผู้บริโภคมากที่สุด ถ้าพร้อมแล้วไปดูกันดีกว่าว่าเทรนด์การแต่งหน้ายุคนี้เป็นอย่างไร

1.เทรนด์การแต่งหน้าโทนส้มบ่มแดด ลุคนี้เป็นการแต่งหน้าที่ คุมโทน เน้น สีส้ม สีส้มพีช น้ำตาลทอง และสีแดงอมส้ม  แต่งแล้วให้อารมณ์ความรู้สึกสดใสน่ารัก และยังดูเป็นธรรมชาติ

 2. เทรนด์การแต่งหน้าด้วยการกรีดตาแคทอาย ซึ่งในยุคนี้เทรนด์การแต่งหน้าแบบนี้กำลังมาแรงมาก เพราะเป็นการกรีดตาที่เพิ่มลูกเล่นในการแต่งหน้าให้ดูโฉบเฉี่ยวมากยิ่งขึ้น และดูเปรี้ยว สดใส สไตล์สาวยุคใหม่

 3. เทรนด์การแต่งหน้าสีชมพูลุคดิวอี้ เทรนด์การแต่งหน้าแบบนี้ได้รับความนิยมมาโดยตลอด เนื่องจากว่าผู้หญิงจะคู่กับความหวานสไตล์ใส ๆ สีชมพู ที่ส่งเสริมความน่ารักอย่างเป็นธรรมชาติ และควรเน้นโทนสีนี้กับโรงงานรับผลิตเครื่องสำอางด้วย เพราะโทนนี้จะขายดีตลอดกาล

 4. เทรนด์การแต่งหน้าเน้นสีปากแดง ลิปสติกสีแดงเป็นลิปสติกที่ฮอตฮิตกันทั่วโลก เป็นสีที่ไม่เคยตายยังอยู่ในทุกยุคทุกสมัย และในยุคนี้ก็เช่นเดียวกัน ลิปสติกสีแดง แบ่งได้หลายโทนไม่ว่าจะเป็น แดงอมม่วง แดงเลือดนก แดงสดแดงอมส้ม เป็นต้น ซึ่งสามารถเลือกลิปสติกสีแดงโทนที่เข้ากับสีผิวจะทำให้ดูสวยงามและดูแพงมากขึ้น

 5.เทรนด์การแต่งหน้าโดยใช้ลิปกลอส ให้อารมณ์ดูความหวานน่ารักสดใส สามารถแต่งได้ทุกวันและยังเป็น การแต่งหน้าโทน Make Up No Make Up อีกด้วย

6. เทรนด์การแต่งหน้าเน้นความเป็นกลิตเตอร์ ซึ่งยุคนี้การแต่งหน้าโทนหวานก็สามารถเพิ่มกิมมิคน่ารัก ๆ ด้วยการใส่กลิตเตอร์เบา ๆ อย่างกลิตเตอร์รูปดาว รูปหัวใจ สีสันสวย ๆ กากเพชรระยิบระยับ ก็จะทำให้ดูสดใสน่ารักขึ้นมาได้แบบไม่น่าเบื่อ

เป็นอย่างไรกันบ้างสำหรับเทรนด์การแต่งหน้าในยุคนี้บอกได้เลยว่าเป็นเทรนการแต่งหน้าที่กำลังมาแรงและหากจะติดต่อโรงงานรับผลิตเครื่องสำอางนั้น ควรเลือก เครื่องสำอางที่มีโทนสีกำลังมาแรง และได้รับความนิยม หากสินค้าของคุณตามเทรนด์ ตามกระแส และมีคุณภาพดีรับรองว่า ผลิตออกมาแล้วขายดิบขายดี แล้วยังส่งเสริมให้แบรนด์ของคุณเป็นที่นิยมอีกด้วย

Categories
เครื่องสำอางค์

5 บริการเสริมในโรงงานรับผลิตครีมที่จะช่วยให้การสร้างแบรนด์ของคุณเป็นเรื่องง่ายขึ้น

การสร้างแบรนด์ในปัจจุบันนี้ไม่ได้เป็นเรื่องที่ยุ่งยากเหมือนเมื่อก่อนแล้ว เพราะสามารถให้โรงงานที่รับผลิตครีมช่วยดูแลในขั้นตอนต่าง ๆ ได้ เพราะโรงงานผลิตครีมในสมัยนี้มีบริการการผลิตที่เพียบพร้อมในทุก ๆ ด้านช่วยอำนวยความสะดวกในการผลิตครีมได้เป็นอย่างดี ส่วนจะมีบริการอะไรที่ช่วยอำนวยความสะดวกในการสร้างแบรนด์ของคุณได้บ้างนั้น ไปดูกันเลย

5 บริการเสริมของโรงงานรับผลิตครีมที่ช่วยให้แบรนด์ของคุณเพอร์เฟกต์มากขึ้น

1.พัฒนาสูตรครีม หลายคนอาจยังไม่รู้ว่าโรงงานรับผลิตครีมนั้นมีบริการพัฒนาสูตรครีมโดยผู้เชี่ยวชาญด้วย ช่วยให้ครีมของคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นสูตรไหนที่ต้องการก็สามารถใช้ผู้เชี่ยวชาญพัฒนาสูตรต่าง ๆ ขึ้นมาได้

2.ออกแบบโลโก้ แพ็คเกจ สำหรับใครที่ยังไม่ได้ออกแบบโลโก้หรือแพ็คเพจไว้ทางโรงงานก็มีบริการออกแบบโลโก้และแพ็คเกจของคุณให้ด้วย เพียงแจ้งรายละเอียดว่าต้องการแบบไหนทางโรงงานก็มีผู้เชี่ยวชาญที่สามารถออกแบบได้ตามที่ต้องการ

3.บริการถ่ายภาพสินค้า ภาพถ่ายเป็นส่วนสำคัญในการขายสินค้า เพราะหากมีภาพถ่ายที่ดี สวยงาม คมชัด ก็ทำให้สินค้าดูน่าซื้อและช่วยเรียกความสนใจจากกลุ่มเป้าหมายได้ นอกจากนี้ภาพถ่ายที่ดียังแสดงถึงความเป็นมืออาชีพได้ด้วย ช่วยให้แบรนด์ของคุณน่าเชื่อถือมากขึ้น สามารถนำภาพถ่ายไปใช้ได้หลายโอกาส ไม่ว่าจะเป็นการใช้เพื่อโฆษณา ใช้บนกล่องสินค้า และอื่น ๆ

4.บริการบรรจุครีม เป็นขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยเพิ่มคุณภาพให้กับสินค้า การบรรจุครีมควรเลือกบรรจุในโรงงานที่บรรจุครีมด้วยมาตรฐาน GMP สากล เพราะเป็นมาตรฐานระดับสากลที่ทำให้มั่นใจได้ว่าสินค้าจะออกมามีคุณภาพและมีปริมาณที่คงที่ในทุก ๆ กระปุก

5.บริการขึ้นทะเบียนเครื่องสำอาง หรือที่เราเรียกกันว่าบริการจด
แจ้งอย. เป็นขั้นตอนสำคัญที่หากไม่มีการจดแจ้งอย. ที่สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยาก็จะไม่สามารถนำครีมออกไปจำหน่ายได้ โดยการยื่นจดแจ้งอย. นั้นก็มีขั้นตอนพอสมควร หากใครเป็นมือใหม่ก็สามารถให้ทางโรงงานที่รับผลิตครีมช่วยยื่นจดแจ้งอย. ให้ได้

และนี่คือ 5 บริการเสริมดี ๆ จากโรงงานรับผลิตครีมที่จะช่วยให้คุณผลิตครีมแบรนด์ของตัวเองได้ง่ายขึ้น เพียงมีสูตรครีมที่ต้องการก็สามารถผลิตครีมขึ้นมาได้แล้ว หรือหากใครไม่มีสูตรครีมเป็นของตัวเองทางโรงงานก็มีบริการคิดค้นสูตรให้ด้วย ไม่ว่าจะเป็นครีมชนิดไหนก็สามารถทำได้อย่างง่ายดาย สำหรับใครที่สนใจอยากสร้างแบรนด์ของตัวเองอยู่ก็ให้โรงงานผลิตครีมช่วยได้ มีบริการให้คำปรึกษาด้วย

Categories
เครื่องสำอางค์

โรงงานรับผลิตครีม จะต้องมีมาตรฐานอะไรบ้างที่คุณควรรู้

หากคุณจะผลิต เครื่องสำอาง และ ครีมบำรุงผิวต่าง ๆ คุณจะต้องเลือกโรงงานรับผลิตครีมที่มี คุณภาพ ได้รับการรับรองจากสถาบันต่าง ๆ ที่มีมาตรฐานรองรับ ดังนั้น สิ่งที่คุณจะทราบสิ่งที่คุณจะต้องทราบเกี่ยวกับมาตรฐาน ในโรงงานผลิตเครื่องสำอางและครีมมีอะไรบ้างไปดูกันเลย

1.จะต้องตรวจสอบว่ามีมาตรฐาน GMP หรือไม่

ซึ่ง GMP เป็นมาตรฐานที่ใช้วัดหลักเกณฑ์ที่ดีในการผลิต ตามกระทรวงสาธารณสุข ซึ่งเป็นหลักเกณฑ์ในการใช้วัดโรงงานผลิตครีมและเครื่องสำอาง เป็นมาตรฐานการตรวจสอบการผลิตที่ออกโดยกระทรวงสาธารณสุขใช้วัดว่าโรงงานมีคุณภาพมีความสะอาดปลอดภัยถูกสุขลักษณะหรือไม่ รวมถึงการผลิตจะต้องถูกต้อง ปราศจากสารปนเปื้อนในสายผลิต นอกจากนี้จะต้องควบคุมบุคลากร ในโรงงาน ผลิต เครื่องสำอางและครีมที่มีมาตรฐานตามกฎข้อบังคับของกระทรวงสาธารณสุข ดังนั้น ก่อนที่คุณจะเข้าไปผลิตครีมกับโรงงานใดก็ตามเลือก ดูว่าโรงงานมีมาตรฐาน GMP หรือไม่ หากไม่มีคุณจะต้องหลีกเลี่ยง และไปเลือกใผลิตครีมกับโรงงานที่มีมาตรฐานGMP จะดีกว่า เพื่อให้ผลิตภัณฑ์ครีมบำรุงผิว อาหารเสริม และเครื่องสำอางที่คุณต้องการผลิตและออกมาวางจำหน่ายมีมารตรฐานมากที่สุด ผู้บริโภคได้ใช้ผลิตภัณฑ์ที่ดีต่อผิว ไม่มีสารปนเปื้อน และไม่มีส่วนผสมของสารที่เป็นอันตราย เช่น ไฮโดรคิวโนน  สารปรอท เป็นต้น ซึ่งหากใช้สารเหล่านี้จะเกิดผลเสียต่อรางกายอย่างมาก เช่นเกิดสิวอุดตัน เกิดรอยแตกสีแดง บริเวณผิวหนังเป็นต้น ดังนั้นหากคุณคิดจะทำธุรกิจเครื่องสำอาง และครีม จะต้องเลือกโรงงานรับผลิตครีมที่มีมาตรฐาน ไม่หลอกลวงผู้บริโภค และผลิตสินค้าที่มีคุณภาพ ซื่อสัตย์ต่อลูกค้า  

 2.ตรวจสอบว่าโรงงานมี มาตรฐาน ISO หรือ International Standard Organization หรือไม่

ซึ่ง ISO คือมาตรฐานระดับสากล หากว่า โรงงานรับผลิตครีม มีมาตรฐาน ISO แสดงว่า มีหลักการผลิตที่มีคุณภาพ ได้รับการรับรองซึ่งมาตรฐาน ISO นั้น จะ ตรวจสอบ 5 ข้อนี้

  •  สินค้าต้องมีคุณภาพ
  •  คำนึงถึงลูกค้าเป็นสำคัญ
  •  มีแผนการปฏิบัติงานอย่างถูกต้องบุคลากรภายในโรงงานมีความรู้ความสามารถโดยตรงและสามารถตรวจสอบได้
  • ทุกกระบวนการผลิต จะต้องมีผู้ตรวจสอบดูแล ทุกขั้นตอนในการผลิตเครื่องสำอางและครีมโดยตรง
  •  มีการวัดคุณภาพวิเคราะห์ ประเมินผลเพื่อให้ผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางและครีมมีประสิทธิภาพออกจำหน่ายให้กับผู้บริโภคได้

ดังนั้นหากคุณจะเลือกโรงงานรับผลิตครีม ผลิตเครื่องสำอาง รวมถึงอาหารเสริม ควรตรวจสอบคุณภาพเหล่านี้ก่อนที่จะเลือก เพื่อให้สินค้าของคุณออกมามีคุณภาพได้มาตรฐาน และไม่ก่อให้เกิดอันตรายกับผู้บริโภคโดยตรง นอกจากนี้ผลิตภัณฑ์ของคุณจะต้องผ่านมาตรฐาน อย. สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา ที่จะตรวจสอบคุณภาพของสินค้า รับรองว่า สินค้าปลอดภัยกับผู้บริโภค เพื่อให้สินค้าสามารถออกวางจำหน่ายได้และได้รับการตรวจสอบแล้วว่าเป็นสินค้าที่มีคุณภาพและ ไม่ก่อให้เกิดการระคายเคืองหรือการแพ้ ที่มาจากสารเคมี ที่ไม่ได้มาตรฐาน กับผู้บริโภค ดังนั้นเลือกโรงงานรับผลิตครีมดี สินค้ามีคุณภาพ ผู้บริโภคใช้แล้วเห็นผล มีความปลอดภัย คุณจะกลายเป็นนักธุรกิจที่ประสบความสำเร็จได้ไม่ยาก

Categories
เครื่องสำอางค์

รู้ลึกถึงเรื่องครีมกันแดด รังสี UVA / UVB คืออะไร ค่า PA เท่าไหร่ถึงจะดี

เคยสงสัยไหมว่า UVA / UVB ที่อยู่บนขวดครีมกันแดดนั้นหมายถึงอะไร ทั้ง 2 ชนิดนี้ต่างกันอย่างไร ทำไมถึงต้องมีอยู่ในผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดดทุกชนิดด้วย สำหรับใครที่ใช้ผลิตภัณฑ์ป้องกันแสงแดดแล้วยังไม่ทราบว่ารังสี UVA / UVB คืออะไรวันนี้เราจะมาบอกกันว่าคืออะไร ควรเลือกแบบไหน และควรเลือกค่า PA เท่าไหร่ดี

ทำความรู้จักกับรังสี UVA / UVB

                  รังสี UVA (Ultraviolet A) เป็นรังสียูวีที่มีความยาวของคลื่นมากถึง 320 – 400 นาโนเมตร เป็นรังสียูวีที่ทำร้ายผิวได้โดยตรง มีอยู่ในแสงแดดประมาณ 95% เลยทีเดียว สามารถส่องถึงผิวหนังของเราได้โดยตรงแม้ว่าจะมีกระจกกั้นก็สามารถส่องผ่านกระจกเข้ามาได้ สำหรับใครที่คิดว่าอยู่ในร่มหรืออยู่ในห้องแอร์แล้วรังสียูวีจะเข้ามาทำร้ายผิวไม่ได้ก็ต้องบอกเลยว่าคิดผิดเสียแล้ว เพราะรังสี UVA สามารถเข้าไปทำลายคอลลาเจนและอิลาสตินใต้ผิวของเราได้ ส่งผลให้ผิวขาดความชุ่มชื่นและเกิดริ้วรอยได้ง่าย ส่งผลให้ผิวมีรอยเหี่ยวย่น ผิวหมองคล้ำ จุดด่างดำ และที่สำคัญคือรังสี UVA นั้นเป็นสาเหตุของการมะเร็งผิวหนังทุกประเภทด้วย

                  รังสี UVB (Ultraviolet B) มีความยาวของคลื่น 290 – 320 นาโนเมตร พบได้ในแสงแดดเพียงแค่ 5% แต่แม้ว่ารังสี UVB จะมีอยู่ในแสงแดดแค่ 5% แต่หากพูดถึงพลังการทำลายล้างแล้วถือว่าไม่น้อยหน้ารังสี UVA เลย เพราะเจ้ารังสี UVB นี่แหละที่เป็นตัวการที่ทำให้ผิวของเราไหม้ หมองคล้ำ แดง แสบผิวเวลาออกแดด แถมยังเป็นสาเหตุของการเกิดกระด้วย ในการเลือกซื้อครีมกันแดดจึงควรเลือกค่า SPF ที่เหมาะสำหรับการออกแดดในแต่ละวัน เพราะเป็นค่าการดูดซับรังสี UVB ที่จำเป็นต่อผิว ควรเลือกค่า SPF 15+ ในวันออกแดดน้อย และเลือกค่า SPF50+ สำหรับวันออกแดดมาก

ควรเลือกค่า PA เท่าไหร่ดี?

                  ค่า PA หรือ Protection grade of UVA เป็นค่าการป้องกันรังสี UVA ที่มีอยู่ในครีมกันแดดที่มีการป้องกันรังสี UVA โดยเฉพาะ โดยจะมีประสิทธิภาพในการป้องกันรังสี UVA อยู่ 4 ระดับด้วยกัน ได้แก่ PA+ หมายถึง ระดับเริ่มต้น, PA++ หมายถึง ระดับกลาง, PA+++ หมายถึง สูง และ PA++++ หมายถึง ระดับสูงที่สุด

                  จะเห็นว่ารังสี UVA / UVB และค่า PA นั้นมีส่วนสำคัญต่อการเลือกครีมกันแดดไม่น้อยเลย เพราะนอกจากจะต้องเลือกการป้องกันที่เหมาะสำหรับผิวและการออกแดดแล้วยังต้องเลือกค่า PA และค่า SPF ที่เหมาะสำหรับการออกแดดในแต่ละวันด้วย สำหรับใครที่กำลังจะเลือกซื้อครีมกันแดดก็อย่าลืมเลือกให้เหมาะกับสภาพผิวและการใช้งานของตนเองด้วย เพื่อช่วยปกป้องผิวคุณจากรังสี UVA / UVB และช่วยให้มีผิวสุขภาพดีอยู่เสมอ

Categories
เครื่องสำอางค์

เครื่องสำอางออร์แกนิค ดีต่อผิวพรรณสาว ๆ อย่างไร

ในยุคปัจจุบันนี้มีเครื่องสำอางที่ผลิตจากสารเคมี ออกมาวางจำหน่ายมากมาย ซึ่งบางคนใช้แล้วเกิดอาการแพ้ หรือเกิดความระคายเคืองต่าง ๆ บริเวณผิวหนัง ดังนั้น หากคุณ เป็นคนที่ผิวแพ้ง่าย ขอแนะนำว่าควรใช้เครื่องสำอางออร์แกนิค ซึ่งกำลังมาแรงมากในยุคนี้ เหมาะสำหรับคนที่ผิวแพ้ง่ายเพราะ มีส่วนผสมที่มาจากธรรมชาติทั้งหมด ไร้สารเคมีและสิ่งเจือปนใด ๆ เช่น ว่านหางจระเข้  น้ำนม สมุนไพรไทย เป็นต้น วันนี้เรามาดูจุดเด่นของเครื่องสำอางออร์แกนิคกันดีกว่าว่ามีอะไรบ้าง และดีต่อผิวพรรณของสาว ๆ ยุคนี้อย่างไรบ้าง

 1.ปราศจากพาราเบน เครื่องสำอางออร์แกนิค จะไม่มีการใช้สารเคมี คือ พาราเบนหรือสารกันบูดในผลิตภัณฑ์ซึ่งมีการวิจัยค้นพบว่าสารชนิดนี้ก่อให้เกิดมะเร็งได้ดังนั้น หากเลือกเครื่องสำอางออร์แกนิค จะทำให้ลดความเสี่ยง ในการก่อมะเร็งได้อีกด้วย

 2. เหมาะสำหรับคนที่มีผิวแพ้ง่าย เนื่องจากว่าเครื่องสำอางในยุคนี้ มีสารเคมีที่รุนแรงและก่อให้เกิดการแพ้หรือระคายเคืองดังนั้นคนที่มีผิวแพ้ง่าย ควรงดใช้เครื่องสำอางเหล่านี้และหันมาใช้เครื่องสำอางออแกนิค ซึ่งจะช่วยลดการระคายเคืองของผิวไม่ทำให้ เกิดการแพ้ ซึ่งเครื่องสำอางออร์แกนิคนั้น สามารถใช้ได้ทั้งผู้หญิงและผู้ชายและบางสูตรก็ไม่กำจัดอายุ

3. ใช้ได้บ่อยและไม่ก่อให้เกิดอันตรายต่อผิวหนัง เครื่องสำอางออร์แกนิคได้ผลิตมาจากธรรมชาติ จะช่วยบำรุงผิวพรรณ ได้เป็นอย่างดี ไม่ก่อให้เกิดอาการแพ้หรือระคายเคืองใด ๆ ต่อผิวหนัง ลดความเสี่ยง ที่จะก่อให้เกิดสิวอุดตัน และ ไม่ก่อให้เกิดการ ระคายเคืองกับผิวหนังทั้งใบหน้า และผิวกาย แต่ทั้งนี้จะต้องเลือกใช้สูตรให้เหมาะสม บางสูตรผลิตขึ้นมาเพื่อใช้กับใบหน้าเท่านั้น บางสูตรผลิตขึ้นมาเพื่อใช้กับผิวกาย เป็นต้น ซึ่งเครื่องสำอางประเภทนี้เด็ก ผู้หญิงตั้งครรภ์ และ บุคคลทั่วไป ก็สามารถใช้ได้

 4 ช่วยเก็บกักความชุ่มชื้นและลดการอักเสบ เนื่องจากว่าเครื่องสำอางออร์แกนิคผลิตมาจากธรรมชาติ 100% จึงช่วยลดการอักเสบของผิวหนังได้เป็นอย่างดี

5. ไม่ก่อให้เกิดการอุดตันและ มีสารเคมีตกค้างกับผิวหนัง เนื่องจากว่าเครื่องสำอางโดยทั่วไปจะมีสารเคมีที่ตกค้างอยู่ในผิวหนัง และหากล้างหน้าทำความสะอาดไม่ดีโอกาสที่จะอุดตัน เป็นไปได้สูง ดังนั้นการเลือกใช้เครื่องสำอางออร์แกนิคจะไม่เกิดการอุดตันหรือไม่มีสารตกค้างตามผิวหนัง ช่วยให้ผิวผ่อนคลายและรู้สึกสบายเวลาทา

 การเลือกใช้ เครื่องสำอางออร์แกนิค จะมีประโยชน์ กับสาว ๆ ในยุคนี้อย่างมาก เนื่องจากว่า ทุกวันนี้เราจะต้องเจอมลภาวะแสงแดดรวมถึงมลพิษต่าง ๆ ที่อยู่รอบข้าง ดังนั้นการปรนนิบัติดูแลผิวอย่างดีที่สุด คือการเลือกใช้ เครื่องสำอางที่ผลิตมาจากธรรมชาติ 100% ไม่มีสารเคมีตกค้าง ไม่มีส่วนผสมที่ก่อให้เกิดอาการแพ้ จึงเหมาะอย่างยิ่งที่จะเลือกใช้ในการดูแลผิว และยังสามารถใช้ได้นานโดยไม่เป็นอันตรายอีกด้วย

Categories
เครื่องสำอางค์

อากาศร้อนแบบนี้เลือกครีมกันแดดอย่างไรให้ปกป้องกันผิวอย่างมีประสิทธิภาพ

อากาศในเมืองไทย ร้อนอบอ้าวอย่างมาก และมีแสงแดดที่คอยแผดเผา ทำร้ายผิวและเมื่อโดนแดดแรงจัดเป็นเวลานานผิวพรรณของคุณจะเสื่อมสภาพผิวทำให้ผิวไหม้ ดำกร้าน และยังมีโอกาส ที่จะเสี่ยงต่อการเป็นกระ และเป็นมะเร็งผิวหนังอีกด้วย ดังนั้น การเลือกครีมกันแดด ที่มีสารปกป้องผิว จากรังสี UV เพื่อไม่ให้ ผิวหนังถูกแสงแดดทำร้าย จึงเป็นสิ่งสำคัญ ในการที่ช่วยปกป้อง ผิวหนัง ไม่ให้เกิดรอยเหี่ยวย่น ดังนั้นเรามีวิธีการเลือกครีมกันแดด ให้ปกป้องผิวอย่างมีประสิทธิภาพควรเลือกอย่างไร ไปดูกันเลย

1.เลือกครีมกันแดดให้เหมาะกับสภาพผิว

คุณจะต้องทราบก่อนว่าสภาพผิวของคุณมีลักษณะแบบไหนเช่น ผิวแห้ง ผิวแพ้ง่าย ผิวมัน เป็นต้น ซึ่งควรเลือกให้เหมาะสมกับสภาพผิว ซึ่งครีมกันแดดในปัจจุบัน จะมีสูตร ที่เหมาะสำหรับผิวแต่ละประเภทคือ

  • ครีมกันแดดเนื้อครีม เหมาะสำหรับผิวธรรมดา หรือ ผิวแห้งเพราะจะมีมอยเจอร์ไรเซอร์ช่วยบำรุงผิวให้ชุ่มชื้น ไม่แห้งกร้าน
  •  ครีมกันแดดเนื้อเจลจะเหมาะสำหรับคนที่มีผิวมัน เพราะซึมซาบเร็ว และไม่เหนียว
  •  ครีมกันแดดแบบสเปรย์ เหมาะสำหรับคนที่ไม่ชอบความเหนียวเหนอะหนะ
Sun Cut Physical-ครีมกันแดดเนื้อบางเบา ซึมไว ไม่เหนียวเหนอะหนะสูตรป้องกันแสงแดดและPM2.5

2.เลือกครีมกันแดดให้เหมาะกับสีผิว

 สีผิวของคนเรามีความแตกต่างกันเนื่องจากเม็ดเมลานีนในผิว ดังนั้นการเลือกครีมกันแดด ให้เหมาะกับสีผิวก็เป็นสิ่งสำคัญ และควรเลือก ดังนี้

  • ผิวขาวอมชมพู ผิวขาวเหลือง ผิวสีนี้จะไวต่อแดดและมีโอกาสที่จะคล้ำเสีย ได้ง่ายดังนั้นควรเลือกครีมกันแดดที่มี SPF ตั้งแต่ 30 ถึง 50 ขึ้นไป
  •  ผิวสีแทน ควรเลือกครีมกันแดด ที่มี SPF ตั้งแต่ 30 ขึ้นไปซึ่งจะช่วยในการป้องกันแดดและไม่ทำให้ผิวไหม้

                  3. เลือกครีมกันแดดให้เหมาะกับการใช้งาน

ซึ่งหากว่าคุณทำงานอยู่แต่ในออฟฟิศ ในบ้าน หรือสถานที่ที่ไม่ค่อยได้เจอแดด การเลือกใช้ SPF ตั้งแต่ 30 ขึ้นไป ก็เพียงพอแต่ทั้งนี้ควรทาบ่อย ๆ ทุก 2 ชั่วโมงและ ควรทาก่อนจากบ้านอย่างน้อย 30 นาที หรือหากว่าคุณต้องออกไปเจอแดดจัด เช่น เล่นกีฬากลางแจ้ง แนะนำว่าควรใช้ SPF ตั้งแต่ 50 ขึ้นไปและเลือกสูตรที่เป็น ครีมกันแดดกลางแจ้ง และเป็นสูตรกันน้ำ ซึ่งจะช่วยให้คุณซึ่งจะช่วยปกป้องผิวคุณจากแสงแดดได้ดี รวมถึงจะต้องใช้ทุก 2 ชั่วโมงและควรทาก่อนออกแดดอย่างน้อย 30 นาทีเช่นเดียวกัน

เป็นยังไงกันบ้างในการเลือกครีมกันแดดให้เหมาะสมกับผิวของคุณเพื่อจะช่วยปกป้องคุณจากแสงแดดได้อย่างมีประสิทธิภาพที่สุด โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมืองไทยที่มีอากาศร้อนจัด ดังนั้น คุณควรทาครีมกันแดดทุกวันและจะต้องดูแลผิวปกป้องผิวจากแสงแดดด้วยวิธีอื่น เช่น กางร่ม ใส่เสื้อคลุม รวมถึงหลีกเลี่ยงการอยู่กลางแดดเป็นเวลานาน  ซึ่งวิธีเหล่านี้จะช่วยให้คุณจะช่วยปกป้องคุณจากแสงแดดได้เป็นอย่างดียิ่งขึ้น

Categories
เครื่องสำอางค์

เครื่องสำอางออร์แกนิกดีต่อแม่และเด็กอย่างไร แตกต่างจากเครื่องสำอางทั่วไปอย่างไร

เมื่อตั้งครรภ์แล้วการเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ ก็ดูเหมือนว่าจะไม่ง่ายเหมือนเคย เพราะต้องให้ความใส่ใจมากขึ้นเพื่อความปลอดภัยของลูกในท้อง หากเลือกใช้เครื่องสำอางทั่วไปอาจทำให้ทารกในครรภ์เกิดความผิดปกติได้ เช่น พิการโดยกำเนิดหรือแท้งลูก วันนี้จึงมีประโยชน์ของเครื่องสำอางแม่และเด็กแบบออร์แกนิกมาบอกกันว่าดีอย่างไร แตกต่างจากเครื่องสำอางแบบทั่วไปอย่างไรและทำไมถึงควรใช้

ประโยชน์ของเครื่องสำอางออร์แกนิก

  • ผลิตจากสารสกัดธรรมชาติ 100% ขึ้นชื่อว่าออร์แกนิกแล้วแน่นอนว่าก็ต้องเป็นเครื่องสำอางแม่และเด็กที่ผลิตจากสารสกัดธรรมชาติ 100% โดยเลือกใช้สารสกัดจากธรรมชาติต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นว่านหางจระเข้ ทองพันชั่ง มังคุด หัวหอม ไพล ใบบัวบก รางจืด เปลือกต้นหลิว เปลือกส้ม และอื่น ๆ ที่มีการรับรองว่าปลอดภัยและเป็นผลิตภัณฑ์ที่ non-comedogenic
  • อ่อนโยน ไม่ทำให้เกิดการแพ้หรือระคายเคือง เพราะคุณแม่ในช่วงตั้งครรภ์จะมีฮอร์โมนที่สูงขึ้น ทำให้ผิวมีความบอบบางและแพ้ง่ายเป็นพิเศษ การเลือกใช้เครื่องสำอางที่ผลิตจากสารสกัดธรรมชาติ 100% จึงช่วยลดการแพ้หรือการระคายเคืองได้ เพราะหากผิวเกิดการแพ้หรือการระคายเคืองจะทำให้เกิดสิวง่าย
  • ปลอดภัยสำหรับคุณแม่และทารกในครรภ์ เพราะเป็นเครื่องสำอางแม่และเด็กที่ปราศจากสารที่ก่อให้เกิดการแพ้ต่าง ๆ จึงช่วยให้ปลอดภัยทั้งสำหรับคุณแม่และคุณลูก มั่นใจได้ว่าไม่มีสารเคมีหรือสารที่เป็นอันตรายต่าง ๆ จะซึมเข้าสู่ร่างกายผ่านกระแสเลือดจนเกิดอันตรายกับเจ้าตัวน้อยในครรภ์ได้

ความแตกต่างของเครื่องสำอางออร์แกนิกกับเครื่องสำอางทั่วไป

  • ไม่มีกลิ่น ไม่มีสี เครื่องสำอางออร์แกนิกจะไม่มีกลิ่นหรือสี หรือหากมีก็จะเป็นกลิ่นและสีจากธรรมชาติอ่อน ๆ ที่ไม่เป็นอันตราย
  • ใช้สารสกัดจากธรรมชาติ 100% เครื่องสำอางออร์แกนิกจะใช้สารสกัดจากธรรมชาติ 100% โดยปราศจากสารเคมีในเครื่องสำอาง ไม่ว่าจะเป็นสารเคมี น้ำหอม พาราเบน แอลกอฮอล์ การแต่งกลิ่น การเจือสีสังคราะห์ และอื่น ๆ
  • ปลอดภัยและมั่นใจได้ เพราะเป็นเครื่องสำอางแม่และเด็กที่ผลิตจากสารสกัดจากธรรมชาติ 100% จึงทำให้มั่นใจได้ว่าใช้แล้วจะปลอดภัย
  • เป็นผลิตภัณฑ์ที่แพทย์ส่วนใหญ่แนะนำให้คนท้องใช้ เครื่องสำอางออร์แกนิกเป็นผลิตภัณฑ์ที่แพทย์ส่วนใหญ่แนะนำให้คนท้องใช้ เพราะปราศจากสารเคมีและสารอันตรายต่าง ๆ ไม่เป็นอันตรายต่อคุณแม่และทารกในครรภ์

ได้ทราบถึงความแตกต่างของเครื่องสำอางออร์แกนิกและเครื่องสำอางแบบทั่วไปกันแล้ว สำหรับคุณแม่คนไหนที่มีแพลนจะตั้งครรภ์ก็อย่าลืมปรึกษาคุณหมอเรื่องการเลือกใช้เครื่องสำอางแม่และเด็กให้ดีก่อน เพราะนอกจากจะเป็นเรื่องใกล้ตัวสำหรับคุณแม่แล้วยังเป็นความปลอดภัยของทารกในครรภ์ด้วย

Categories
เครื่องสำอางค์

มีฝ้าขึ้นช่วงตั้งครรภ์ควรทำอย่างไร ใช้ครีมลดฝ้าแบบไหนได้บ้าง

หนึ่งปัญหาที่คุณแม่ตั้งครรภ์มักจะเจอก็คือ มีฝ้าขึ้นในช่วงที่ตั้งครรภ์ ทำให้คุณแม่หลายคนเกิดความกังวลเพราะไม่เคยเป็นฝ้ามาก่อนเลย หรือคุณแม่บางคนที่ฝ้าหายไปนานแล้วก็มีฝ้าเกิดขึ้นมาใหม่ในช่วงนี้ ทำให้อดสงสัยไม่ได้ว่าฝ้าขณะตั้งครรภ์นั้นเกิดขึ้นได้อย่างไร และมีวิธีการรักษาอย่างไรบ้าง เพื่อได้เลือกใช้เครื่องสำอางแม่และเด็กอย่างถูกวิธีและปลอดภัยต่อลูกน้อย

ฝ้าขณะตั้งครรภ์เกิดขึ้นได้อย่างไร มีวิธีการรักษาอย่างไร

                  ฝ้าขณะตั้งครรภ์เกิดขึ้นจากฮอร์โมนเพศหญิงอย่างฮอร์โมนเอสโตรเจน (Estrogen) และโปรเจสเตอโรน (Progesterone) ที่มีระดับฮอร์โมนสูงขึ้นในช่วงตั้งครรภ์ โดยฮอร์โมนสองชนิดนี้จะเข้าไปกระตุ้นการสร้างเม็ดสีให้เพิ่มขึ้น ส่งผลให้ผิวบริเวณที่มีรอยคล้ำหรือเคยคล้ำมีความเข้มมากกว่าปกติ ทำให้คุณแม่หลายคนมีฝ้าขึ้นในช่วงที่ตั้งครรภ์ โดยความลึกของฝ้าก็จะขึ้นอยู่กับฮอร์โมนของคุณแม่แต่ละคนและการดูแลผิวในช่วงนั้น แต่หลังคลอดแล้วจะค่อย ๆ จางลงไปเอง รักษาร่วมกับการใช้ครีมรักษาฝ้า

                  การรักษาฝ้าขณะตั้งครรภ์ ไม่สามารถซื้อครีมทาฝ้าหรือยาทานรักษาฝ้าได้เหมือนปกติ แต่ต้องรักษาโดยครีมสำหรับคุณแม่ตั้งครรภ์เท่านั้น เพราะมีความปลอดภัยต่อเด็กในท้องมากกว่า ในการรักษาควรปรึกษาแพทย์ก่อนเลือกใช้ครีมทาฝ้า เพื่อให้แพทย์แนะนำว่าครีมตัวไหนที่สามารถใช้ได้ ทั้งนี้ยังรวมถึงเครื่องสำอางแม่และเด็กอื่น ๆ ด้วย เพราะหากเลือกใช้ครีมทาฝ้าที่มีสาร Hydroquinone, Idrochinone หรืออื่น ๆ อาจทำให้เกิดการแพ้ ระคายเคือง และอาจเป็นอันตรายต่อเด็กในท้องได้

Organic Whitening Sleeping Mask

การดูแลตัวเองในช่วงที่เป็นฝ้าขณะตั้งครรภ์

  • พักผ่อนให้เพียงพอ เมื่อรู้ตัวว่าเป็นฝ้าแล้วคุณแม่หลายคนอาจเป็นกังวลมากเกินไปจนทำให้เครียดและพักผ่อนไม่เพียงพอ แต่ทราบหรือไม่ว่าการพักผ่อนไม่เพียงพอและความเครียดนั้นยิ่งทำให้ฝ้าผังลึกและเห็นชัดมากขึ้น เนื่องจากระดับฮอร์โมนในร่างกายสูงขึ้นและไปกระตุ้นการสร้างเม็ดสีนั่นเอง
  • หลีกเลี่ยงแสงแดด ควรหลีกเลี่ยงแสงแดดให้มากที่สุด เพราะยิ่งเผชิญแสงแดดมากเท่าไหร่ก็จะทำให้ฝ้าผังลึกขึ้น
  • ทาครีมกันแดด ควรทาครีมกันแดดเป็นประจำทั้งในวันที่ออกแดดและไม่ได้ออกแดด โดยครีมกันแดดหรือเครื่องสำอางแม่และเด็กที่เลือกใช้จะต้องเป็นผลิตภัณฑ์สำหรับคนท้องหรือตามที่แพทย์แนะนำเท่านั้น

ฝ้าขณะตั้งครรภ์สามารถเกิดขึ้นได้ในคุณแม่ทุกคน ทั้งที่เคยเป็นฝ้ามาก่อนและไม่เคยเป็น แต่ก็ไม่ต้องเป็นกังวลไปเพราะหลังจากที่คลอดแล้วเมื่อฮอร์โมนคงที่ฝ้าก็จะค่อย ๆ จางลง และเพื่อให้หายเร็วขึ้นควรดูแลผิวด้วยการทาครีมกันแดด หลีกเลี่ยงแสงแดด และพักผ่อนให้เพียงพอควบคู่ไปด้วย เพื่อให้ผิวกลับมามีสุขภาพดีได้อีกครั้ง