Categories
เครื่องสำอางค์

5 ข้อแตกต่างระหว่างยาสีฟันเด็กกับยาสีฟันผู้ใหญ่

Click to rate this post!
[Total: 641 Average: 5]

ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ยาสีฟันของเด็กหลากหลายแบรนด์ออกมาวางจำหน่าย แต่บางครั้งผู้ปกครองหลายคนยังคงสงสัยว่ายาสีฟันเด็กนั้นแตกต่างจากยาสีฟันผู้ใหญ่อย่างไร ? และเราสามารถให้เด็กใช้ยาสีฟันผู้ใหญ่ได้มั้ย วันนี้วธูธร จะพาทุกท่ามาหาคำตอบกันค่ะ

1. ปริมาณฟลูออไรด์

ฟลูออไรด์เป็นสารป้องกันฟันผุ ทำให้ผลึกเคลือบฟันแข็งแรง ลดการสร้างกรดของแบคทีเรียทำให้ลดคราบจุลินทรีย์บนผิวฟัน ฟลูออไรด์สามารถป้องกันฟันผุและรักษาฟันผุระยะแรกให้หายได้ ในยาสีฟันเด็กอายุต่ำกว่า 2 ปีจะมีปริมาณฟลูออไรด์น้อยกว่ายาสีฟันผู้ใหญ่ หรือไม่มีฟลูออไรด์เลย เด็กเมื่ออายุประมาณ 6 เดือนจะเริ่มมีฟันน้ำนมขึ้น คุณแม่สามารถใช้สอนลูกให้แปรงฟันด้วยยาสีฟันผสมฟลูออไรด์ได้เลย แต่หากเป็นทารกยังไม่มีฟันขึ้นไม่จำเป็นต้องใช้ยาสีฟัน อาจใช้ผ้าชุดน้ำทำความสะอาดแทนได้ ข้อแนะนำสำหรับเด็กอายุไม่เกิน 6 ปี ที่ยังควบคุมการกลืนยาสีฟันไม่ได้ ผู้ปกครองควรดูแลอย่างใกล้ชิดขณะแปรงฟัน และสอนเด็กๆไม่ให้กลืนยาสีฟันเข้าไปค่ะ หากกลืนเข้าไปขณะแปรงฟันอาจจะส่งผลทำให้ฟันตกกะ อาจทำให้ฟันขุ่นหรือเป็นสีน้ำตาล และหากได้รับปริมาณมาก สะสมทุกวันอาจทำให้เกิดอันตรายแก่ร่างกายได้ ดังนั้น ปริมาณฟลูออไรด์ที่แนะนำสำหรับผลิตยาสีฟันเด็กที่มีฟันน้ำนมแล้ว คือไม่เกิน 1000ppm

สำหรับยาสีฟันผู้ใหญ่สามารถใช้ปริมาณฟลูออไรด์ได้ตั้งแต่ 1,000-1,500 ppm ( อ้างอิงจากประกาศกระทรวงสาธารณสุข เรื่อง กำหนด ชื่อ ปริมาณ และเงื่อนไขของวัตถุที่อาจใช้เป็นส่วนผสมในการผลิตเครื่องสำอาง พ.ศ. 2561 กำหนดการใช้ Sodium Fluoride ในผลิตภัณฑ์ดูแลช่องปาก ให้มีปริมาณรวมไม่เกิน 0.11% )

2. รสชาติ

เด็กๆมักชอบรสชาติยาสีฟันที่ดูหวานหอม ไม่เหมือนในยาสีฟันผู้ใหญ่ที่มักมีกลิ่นและรสชาติที่แรงขึ้น ยาสีฟันผู้ใหญ่มักเป็นกลิ่นสมุนไพรไทย หรือ มีความเย็นและเผ็ดเกินไปสำหรับเด็ก หากสร้างแบรนด์ยาสีฟันเด็กต้องเลือกรสชาติและกลิ่นที่ทำให้เด็กแปรงฟันได้อย่างมีความสุขมากขึ้น เพื่อเด็กจะได้ให้ความร่วมมือในการแปรงฟันกับคุณพ่อคุณแม่ สำหรับผู้สร้างแบรนด์ยาสีฟัน ต้องทราบว่ายาสีฟันเด็กนั้น ไม่ควรมีส่วนผสมของน้ำตาล เพราะอาจจะทำให้เกิดฟันผุ จึงควรหลีกเลี่ยงและไปใช้สารให้ความหวานแทนน้ำตาล เช่น หญ้าหวาน, Sorbitol, Xilytol, Sodium Saccharin ค่ะ ส่วนเรื่องกลิ่นควรเลือกแบบที่เด็กชอบ กลิ่นยอดนิยมคือสตรอเบอร์รี่ องุ่น ส้ม และแอปเปิ้ล ซึ่งส่วนผสมที่ใช้ต้องได้รับการรับรองว่าปลอดภัยสำหรับเด็ก ควรหลีกเลี่ยงกลิ่นและรสชาติที่เด็กไม่ชอบ แบบในยาสีฟันผู้ใหญ่ เช่น มิ้นต์ เมนทอล และสมุนไพรที่รสจัด

3. ปริมาณการใช้

เด็กควรบีบยาสีฟันสำหรับเด็กบนหน้าแปรงเท่ากับเม็ดถั่วเขียวหรือไม่เกินครึ่งเซนติเมตร และผู้ใหญ่ควรดูแลเด็กๆขณะแปรงฟัน และสอนไม่ให้เด็กกลืนยาสีฟัน ส่วนของผู้ใหญ่สามารถใช้บีบเต็มหน้าแปรงสีฟันได้ค่ะ

4. ส่วนผสมที่ใช้ในยาสีฟัน

เนื่องจากหน้าฟันของเด็กๆยังบางและไม่แข็งแรงพอเท่ากับฟันผู้ใหญ่ ดังนั้นสารที่ใช้เป็นส่วนผสมเพื่อผลิตยาสีฟันเด็กที่ต้องคนสร้างแบรนด์ยาสีฟันเด็กควรคำนึงถึงคือสารขัดฟัน และสารฟอกฟันค่ะซึ่งสารที่ควรหลีกเลี่ยงอย่างเด็ดขาด ได้แก่ สารฟอกสีฟัน ( Hydrogen Peroxide) และผงขัดพวก calcium carbonate นอกจากนี้หากผลิตยาสีฟันเด็กควรใช้สูตรที่ปราศจากวัตถุกันเสีย, SLS, SLES, สีสังเคราะห์ หรือสารสังเคราะห์ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการระคายเคืองช่องปากเด็กๆค่ะ

5. บรรจุภัณฑ์และกล่อง

การออกแบบลวดลายบรรจุภัณฑ์ หรือหลอดยาสีฟันเด็กเป็นส่วนหนึ่งที่สามารถสร้างความดึงดูดความสนใจของเด็กๆได้ ทำให้เด็กๆสนใจในการแปรงฟันมากขึ้น ในฐานะผู้ผลิตยาสีฟันเด็ก ควรออกแบบโดยใช้สีสันสดใส ลวดลายการ์ตูน รวมไปถึงการออกแบบกล่องก็เช่นกัน ควรบอกสรรพคุณและควรบอกอายุที่เหมาะสมในการใช้ยาสีฟันนั้นๆ ว่าเหมาะสมสำหรับใช้ได้กับช่วงอายุเท่าไหร่ เช่น 3-6 ปี, 6-12 ปี เป็นต้น รวมไปถึงบอกปริมาณฟลูออไรด์ที่ชัดเจน เพื่อความสบายใจของผู้ปกครองที่จะเลือกซื้อยาสีฟันเด็กให้ลูกหลาน ส่วนยาสีฟันผู้ใหญ่นั้น อาจจะออกแบบให้ดูน่าเชื่อถือ บ่งชี้สรรพคุณที่ช่วยแก้ปัญหาช่องปากในเรื่องต่างๆ เพราะในวัยผู้ใหญ่มักเลือกใช้ยาสีฟันที่ช่วยแก้ปัญหาที่แตกต่างกันของแต่ละบุคคล เช่น ช่วยดับกลิ่นปาก, ช่วยลดคราบบุหรี่ ชา กาแฟ, หรือช่วยดูแลเหงือก ลดอาการเสียวฟัน เป็นต้น

ทั้งหมดนี้คือข้อควรรู้เกี่ยวกับยาสีฟันเด็กกับยาสีฟันผู้ใหญ่ ผู้เขียนหวังว่าจะเป็นประโยชน์แก่ผู้ที่กำลังจะสร้างแบรนด์ยาสีฟันและคนที่เลือกใช้ยาสีฟันทั่วไป แต่ที่สำคัญทุกคนควรดูแลช่องปากอย่างสม่ำเสมอ แปรงฟันอย่างน้อยวันละ 2 ครั้งอย่างถูกวิธี ที่เหมาะสมกับแต่ละช่วงวัย เพื่อสุขภาพปากและฟันที่ดีของคนทั้งครอบครัวค่ะ

สินค้าแนะนำ

ยาสีฟันเด็ก
ยาสีฟันเด็ก Kiddy Toothpaste

ขอบคุณข้อมูลจาก
R&D ณัฎฐพัฒน์ ทองยิ้ม, R&D สมสกุล ทั่งจ้อย

ขอบคุณภาพจาก shutterstock.com , freepix.com

Writen by : Jaruda S.

Sources 1

(Visited 1,063 times, 1 visits today)

ใส่ความเห็น